Tag Archive: เว็บไซต์

5 สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเว็บไซต์ อันจะนำไปสู่เว็บไซต์ยอดนิยม

การสร้างเว็บไซต์ทำได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันมีโปรแกรมในการออกแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปจำนวนมาก ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน เมื่อสร้างเว็บไซต์แล้วทุกองค์กรก็ต้องการให้เว็บไซต์เป็นช่องทางที่สำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ความรู้จักขององค์กรต่อคนทั่วไป และเว็บไซต์จะเป็นช่องทางการติดต่อที่สำคัญระหว่างผู้สร้างกับผู้เข้ามาชม แต่ปัญหาที่สำคัญสำหรับทุกองค์กร คือ เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมากได้ จนนำไปสู่การเกิดคำถามที่สำคัญว่า ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ขององค์กรได้รับความนิยม และมีคนเข้าชมบ่อย ซึ่งจะทำให้มีการขายสินค้า หรือบริการเพิ่มขึ้น มีคนเห็นความสำคัญ และรู้จักองค์กรเพิ่มมากขึ้น หลาย ๆ องค์กรสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แต่ไม่มีคนเข้ามาชม ก็เหมือนสร้างบ้านที่ไม่มีคนอยู่ หรือบริษัทที่ไม่มีพนักงานทำงานนั่นเอง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้บ้าน หรือบริษัทของเราเป็นสถานที่อบอุ่น คนอยากอยู่ และอยู่โดยไม่รู้สึกอึดอัดนั้น ต้องมีเทคนิคต่าง ๆ ดังนี้

  1. ต้องสามารถใช้งานได้ง่าย มีช่องสำหรับค้นหาที่ชัดเจน เพื่อทำให้คนทุกเพศ ทุกวัยสามารถเข้าชมเว็บไซต์ได้สะดวก ไม่รู้สึกยุ่งยาก หรือซับซ้อน ใช้โทนสีที่ดูแล้วเพลิดเพลิน สบายตา เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกสบายตา  หรืออึดอัด จนไม่อยากเข้าชมเว็บไซต์อีก
  2. มีการเชื่อมโยงไปยังลิงค์ของเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว เพราะหลาย ๆ ครั้งผู้เข้ามารับชมเว็บไซต์เมื่อสนใจ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถดูต่อได้ทันที เพียงแค่คลิกลิงค์ที่ได้สร้างไว้ก็จะทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่าเว็บไซต์ใช้งายได้จริง และยังดูมีความน่าเชื่อถืออีกด้วย
  3. ต้องพัฒนาให้ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ การสร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานได้เพียงแค่ในคอมพิวเตอร์ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีของเครื่องมือสื่อสารมีความทันสมัยอย่างมาก ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone มีแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์จะกลายเป็นสิ่งเกินความจำเป็น ดังนั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ต้องสามารถเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  4. เนื้อหาต้องดึงดูดให้คนสนใจ โดยเลือกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเป็นหลัก และพัฒนาเนื้อหาให้ตรงกับเทรน หรือยุคสมัยในปัจจุบันเพื่อกระตุ้นให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเข้าถึงได้ง่าย ต้องมีการพัฒนาเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ และ ต้องตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาต่าง ๆ ก่อนที่จะนำมาเขียนลงในเว็บไซต์ เพียงแค่นี้ก็จะทำให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์แบบไม่รู้เบื่อ
  5. ต้องสร้างจุดเด่นสำหรับเว็บไซต์ และองค์กร เพราะจุดเด่นจะทำให้คนรู้สึกสนใจ และมองเห็นถึงความจำเป็นว่าถ้าจะเลือกสินค้า หรือบริการด้านนี้ต้องบริษัทนี้เท่านั้น เพราะบริษัทมีจุดเด่นที่น่าสนใจ และเป็นจุดเด่นที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น

การสร้างเว็บไซต์แต่ละสถาบันต่างก็ให้ความสนใจประเด็นที่แตกต่างกัน แต่ถ้าสร้างได้ครบทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาแล้วรับรองว่าเว็บไซต์จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน


5 สิ่งที่จำเป็นสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ให้น่าสนใจ

เว็บไซต์ถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกองค์กร เพราะในปัจจุบันเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยส่งผลให้รูปแบบของความสัมพันธ์ของคนเปลี่ยนแปลงไป เมื่อคนในสังคมต้องการซื้อสนใจสินค้าหรือบริการ ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางไปเลือกซื้อถึงบริษัท หรือสถานที่ขายโดยตรง เว็บไซต์กลายมาเป็นช่องทางที่มีความสำคัญอย่างมาก ที่ทำให้ผู้สนใจสินค้าหรือบริการรู้จักผู้ขายสินค้า หรือให้บริการได้ดีที่สุด เว็บไซต์ที่ดี ที่มีความน่าเชื่อถือจะทำให้ผู้ที่ซื้อสนใจ และรู้สึกอยากซื้อสินค้า หรือบริการ ดังนั้นการให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างเว็บไซต์จึงกลายมาเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรควรให้ความสนใจ เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับองค์กร สินค้า หรือบริการที่ต้องการนำเสนอขายด้วย

                การออกแบบเว็บไซต์ต้องมีความน่าสนใจ และแสดงถึงจุดเด่นต่าง ๆ ขององค์กร รวมไปถึงสินค้า หรือบริการอย่างชัดเจน การออกแบบควรมีลักษณะดังนี้

  1. มีข้อมูลที่ครบถ้วน และชัดเจน ตั้งแต่ข้อมูลของสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเข้าใจถึงลักษณะของสินค้า หรือบริการได้ง่าย ว่าสินค้ามีจุดเด่นอะไร ใช้งานอย่างไร หรือประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้ซื้อจะได้รับเมื่อซื้อสินค้า หรือบริการ นอกจากนี้ยังต้องให้ข้อมูลของผู้ขายอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้ซื้อติดต่อได้ง่าย โดยถ้ามีข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท หรือทะเบียนพาณิชย์ ก็ควรใส่ข้อมูลให้เห็นชัดเจน
  2. ไม่ควรมุ่นเน้นขายสินค้า หรือบริการมากจนเกินไป เพราะเหมือนเป็นการบีบบังคับ หรือยัดเยียดให้ผู้เข้ามาดูซื้อสินค้าหรือบริการ เป็นสาเหตุให้ผู้เข้ามาชมเว็บไซต์รู้สึกเบื่อ และไม่อยากเข้ามาชมเว็บไซต์อีก การออกแบบเว็บไซต์ควรเน้นที่การให้ข้อมูล เพิ่มเติม เช่น เกร็ดความรู้เพิ่มเติม หรือบทความที่เกี่ยวกับสินค้า และบริการ เป็นต้น เพื่อทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกสนใจ เห็นความจำเป็น และอยากซื้อสินค้า หรือบริการเพิ่มมากขึ้น
  3. ควรอัพเดตเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ และทันสมัยตลอดเวลา โดยใช้ตัวอักษร รูปแบบ คลิปวีดีโอต่าง ๆ เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับเว็บไซต์ ปรับรูปแบบของเว็บไซต์ ในเรื่องของข้อมูลให้มีความทันสมัย โดยอัพเดตบ่อย ๆ เพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง เพื่อกระตุ้นให้ผู้สนใจเข้ามาอ่าน และรู้สึกว่าเมื่อมีคำถามบริษัทก็สามารถตอบได้ในทันที
  4. ควรเน้นที่ความถูกต้องเป็นหลัก เริ่มตั้งแต่การสะกดคำ หรือข้อมูลที่ให้ก็ควรเป็นข้อมูลจริง เพราะจะทำให้ผู้อ่านเว็บไซต์มีความรู้สึกสนใจ และเชื่อถือสินค้า หรือบริการเพิ่มมากขึ้น
  5. ถ้ามีรางวัลของสินค้า หรือบริการก็ควรนำมาประกอบภายในเว็บไซต์ด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เข้ามาชมเว็บไซต์รู้สึกสนใจสินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้น เพราะมีสิ่งที่เป็นเครื่องการันตีว่าองค์กรมีความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ถ้ามีการรีวิวสินค้า หรือบริการจากผู้ที่เคยซื้อสินค้าหรือใช้บริการแล้วก็จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของเว็บไซต์

การออกแบบเว็บไซต์มีความสำคัญอย่างมากสำหรับสินค้า หรือบริการ ดังนั้นองค์กรควรให้ความสำคัญในการที่จะพัฒนาเว็บไซต์ของตนเองให้มีรูปแบบที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น รับรองว่ายอดขายก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน

โทนสีสิ่งจำเป็นที่ส่งผลต่อความน่าสนใจของเว็บไซต์

สิ่งที่จำเป็นสำหรับเว็บไซต์คือเนื้อหาภายในเว็บไซต์ที่ครบถ้วน ต้องประกอบด้วยข้อมูลของสินค้า หรือบริการที่ต้องการนำเสนอ เป็นข้อมูลจริง ห้ามหลอกลวงหรือโฆษณาเกินจริง ข้อมูลของสำนักงานหรือบริษัท ข้อมูลช่องทางการติดต่อที่ครบถ้วน ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ อาจจะมีช่องทางการติดต่อผ่านเว็บไซต์โดยตรง ถ้าจะให้น่าสนใจเพิ่มเติมอาจจะมีส่วนของการอัพเดตข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ หรืออาจจะมีกระทู้สำหรับถาม ตอบ ของคนที่สนใจสินค้า หรือบริการ นอกจากข้อมูลที่ครบถ้วนแล้วการทำเว็บไซต์ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบที่สวยงาม เพื่อทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกสนใจ และอยากกลับเข้ามาชมอีกครั้ง และสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดคนได้ก็คือเรื่องของ “โทนสี”

                โทนสีที่แตกต่างกันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้สีภายในเว็บไซต์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการดึงดูดผู้คนให้สนใจและเข้ามารับชม

1.สีโทนร้อน คือสีสันที่มีความจัดจ้านเห็นแล้วรู้สึกสดใส ไม่ว่าจะเป็น สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้พบเห็นรู้สึกสดใส มีความสุข และสนใจเนื้อหาในส่วนนี้

2.สีโทนเย็น คือ สีที่เห็นแล้วรู้สึกสบายตา เพลิดเพลิน มองนาน ๆ แล้วรู้สึกสบายตาเพราะสีไม่จัดจ้านเกินไป นั่นคือ สีเขียว สีน้ำเงิน สีโทนนี้เมื่อนำมาใช้จะทำให้คนที่เข้าชมเว็บไซต์ชมได้นาน ๆ ไม่รู้สึกล้าสายตา

3.สีบางสีเป็นได้ทั้งสีโทนร้อน และสีโทนเย็น นั่นคือ สีเหลือง สีม่วง อยู่ที่สีแวดล้อม ถ้าวางไว้บริเวณสีโทนร้อนก็จะรู้สึกร้อนตามไปด้วย

4.สีกลาง เกิดจากผสมของสีสองสีที่เท่ากัน ได้แก่ สีม่วง สีน้ำตาล สีเทา สีเหล่านี้สามารถนำไปผสมได้กับทุกสี เมื่อนำไปใช้จะให้ความรู้สึกกลมกลืน เหมาะสำหรับใช้คั่นระหว่างสีโทนร้อน และสีโทนเย็น เพื่อเบรกความร้อนทำให้มองแล้วไม่รู้สึกจัดจ้านเกินไปจนล้าสายตา และกระตุ้นสีโทนเย็นเพื่อให้รู้สึกสดใส และน่าสนใจมากขึ้น

การใช้โทนสีที่ดี และเหมาะสมมีประโยชน์ ดังนี้

  1. เพิ่มความน่าสนใจในเว็บไซต์ ทำให้เว็บไซต์มีความสวยงามทำให้ผู้อ่านไม่รู้สึกเบื่อ หรือรู้สึกมาสบายตา เช่นเลือกกระตุ้นให้ผู้อ่านสนใจด้วยสีโทนร้อน และทำให้ผู้อ่านรู้สึกสบายตาด้วยสีโทนเย็น ในขณะเดียวกันทำให้ผู้อ่านอยากกลับเข้ามาอ่านซ้ำด้วยสีโทนกลาง เป็นต้น
  2. ทำให้เกิดสัดส่วนที่ชัดเจนในเรื่องของเนื้อหา สีที่ต่างกันก็ควรให้ข้อมูลที่มีความแตกต่างกัน เช่น เนื้อหาที่เป็นสินค้าหรือบริการของบริษัท ใช้สีโทนร้อนเพื่อกระตุ้นความสนใจ ในขณะเดียวกันส่วนที่เป็นข้อมูลทั่วไปของบริษัทควรใช้สีโทนเย็น และช่องทางการติดต่อควรใช้สีโทนกลาง เป็นต้น

สีสันที่ต่างกันส่งผลต่อความรู้สึกที่แตกต่างกัน ดังนั้นการใช้สีที่เหมาะสมก็จะช่วยดึงดูดให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น และยังส่งผลต่อการกลับเข้ามาชมเว็บไซต์ในครั้งต่อไป

จากเว็บไซต์สู่แอปพลิเคชัน ยุคสมัยแห่งสมาร์ทโฟนที่รุ่งเรืองที่สุด

                ในยุคนี้ น้อยคนนักที่จะใช้โทรศัพท์ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต หรือเป็นโทรศัพท์แบบธรรมดาทั่วไปที่ยังมีปุ่มกดอยู่ แม้กระทั่งเด็กเล็ก ๆ เดี๋ยวนี้ก็ใช้สมาร์ทโฟนกันทั้งนั้น เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคของอินเตอร์เน็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้คนมากมายต่างให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้ หนึ่งประเด็นที่น่าสนใจเลยคือการสร้างแอปพลิเคชันจากเว็บไซต์หรือโปรแกรมต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมมาก เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงของผู้ใช้งาน

ปัจจุบันเราเห็นแอปพลิเคชันมากมายที่ถูกพัฒนามาจากเว็บไซต์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค ยูทูป หรือ ทวิตเตอร์ เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากใช้งานสมาร์ทโฟนมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเว็บไซต์เหล่านี้ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ได้ง่ายที่สุด หลายสิ่งหลายอย่างในตอนนี้เริ่มถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานในรูปของแอปพลิเคชันเกือบทั้งหมดแล้ว ภาพในสมัยก่อน ในยุคแรก ๆ ที่เริ่มมีการใช้คอมพิวเตอร์ สิ่งที่เราคุ้นเคยและใช้งานเป็นประจำก็คือเว็บไซต์ เข้าไปตามเว็บต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูล เล่นเกม หรือดูคลิปวิดีโอ ซึ่งไม่ค่อยสะดวกสบายสักเท่าไร แต่แอปพลิเคชันนั้นสะดวกสบายกว่า รวดเร็วกว่า และง่ายดายกว่า

แต่ก็ไม่ใช่ว่าเว็บไซต์จะหมดประโยชน์ไป หรือมีการใช้งานที่ลดน้อยลง ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เราคงจะไม่เห็นระบบใหม่ หรือภาษาใหม่ที่เข้ามาช่วยในเรื่องของการพัฒนาเว็บไซต์อย่างแน่นอน แสดงว่าเว็บไซต์ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่มีผู้คนใช้งานอยู่ แต่จริง ๆ แล้วก็พัฒนาแอปพลิเคชันมาเพี่อความสะดวกสบายของผู้ใช้งาน และเพิ่มช่องทางในการใช้งานให้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเราทำงานบนคอมพิวเตอร์ด้วย Google Drive อาจจะเป็นการแก้ไขเอกสารอะไรบางอย่าง แต่ยังทำไม่เสร็จเรียบร้อยดี เราก็สามารถเข้าแอปพลิเคชัน Google Drive บนสมาร์ทโฟนของเราได้ และทำการ Login เข้า Account นั้นและแก้ไขงานได้เหมือนกับบนเว็บไซต์ปกติเลย แต่แน่นอนว่าก็มีข้อเสียอยู่ นั่นก็คือหน้าตาหรือ interface ของการใช้งานบนเว็บไซต์ กับแอปพลิเคชัน แน่นอนว่าหน้าตาของทั้งสองนั้นยากที่จะเหมือนกัน เนื่องจากขนาดของหน้าจอ และระบบการทำงานต่าง ๆ เว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์สามารถคลิกซ้ายคลิกขวาได้ แต่บนสมาร์ทโฟนเราคลิกซ้ายคลิกขวาไม่ได้ หน้าจอเล็กลง เลือกใช้งานเมนูต่าง ๆ ก็ยากมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นการพัฒนาอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ ถึงแม้ว่าปัญหาจะยังเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ แต่เชื่อได้แน่นอนว่าในอนาคตมันจะถูกแก้ไขได้ไม่ยาก และอยากแนะนำสำหรับคนที่มีเว็บไซต์ที่ค้าขายสินค้า หรือบริการต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว อยากจะแนะนำให้เพิ่มช่องทางต่าง ๆ ให้มากขึ้น แอปพลิเคชันก็เป็นอีกหนึ่งทางที่น่าสนใจ สำหรับบริษัทไหนหรือ product ไหนที่พอจะมีทุนในการพัฒนา แน่นอนว่ามันสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และอาจจะเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย และจะดีขึ้นไปอีกถ้าสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของ Interface ของแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่กล่าวมาได้

 

Web Browser หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ ตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับเว็บไซต์

ถ้าพูดถึงอินเตอร์เน็ต สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ก็คือการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เรากับเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้เข้าถึงกันได้ แต่มีแค่อินเตอร์เน็ตกับเครื่องคอมก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ หากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Web Browser หรือโปรแกรมที่จะช่วยให้เราสามารถเข้าสู่หน้าต่างของเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ ทุกครั้งเวลาเราจะเปิดเว็บไซต์อะไรก็ตาม เราจำเป็นจะต้องเข้ามาที่ Web Browser และพิมพ์ URL ของเว็บที่ต้องการ จึงจะเข้าถึงเว็บไซต์นั้น ๆ ได้

แน่นอนว่าประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดคือสามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงตัวเว็บไซต์ได้ ต่อมา

คือฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่้ตัว Web Browser มีให้ ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะเป็นการดู history หรือประวัติการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยจะถูกเก็บเป็นวัน หรือเป็นเดือน ฟังก์ชันการดาวน์โหลดต่าง ๆ และ การบันทึกหน้าโปรด หรือ Favorite

นี่เป็นฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับการใช้งาน Web Browser ซึ่ง Web browser นั้นก็มีมากมายหลายตัวให้ได้เลือกใช้งาน แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

เลือก Web Browser ให้เหมาะกับตัวคุณ

                อย่างที่ทราบกันดีว่า Web Browser เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย แต่ส่วนใหญ่มองข้าม และคิดว่าใช้อันไหนก็ได้ มันก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันหมด แต่น้อยคนนักที่จะรู้ข้อดีข้อเสียของแต่ละอัน และเลือกอันที่เหมาะสมที่สุดมาใช้งาน ตัวอย่างเช่น

  • Internet Explorer เป็นอีกหนึ่ง Web Browser ในตำนานที่หลายคนใช้กันมากที่สุด ตั้งแต่คอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่นิยม แต่ตอนนี้ความนิยมก็ค่อย ๆ ลดลง ถึงแม้ว่าจะถูกพัฒนาขึ้นมาถึงปัจจุบัน แต่หลายคนก็ยังพบปัญหาในการใช้งานต่าง ๆ เช่น Responsive ที่ช้า อาจจะเพราะเป็นระบบปฎิบัติการที่ค่อนข้างเก่า และใช้ความสามารถของเครื่องมาก จึงทำให้การเข้าถึงต่าง ๆ ช้าลง สำหรับคนที่ไม่ชอบการวุ่นวายกับการลง Web Browser เพิ่ม และไม่กังวลถึงเรื่องความช้าเร็ว ก็สามารถใช้ Internet Explorer ที่มากับเครื่องที่มีระบบ ปฎิบัติการ Windows ได้เลย แต่ใครที่ต้องการความเร็วรวดในการเข้าถึง ไม่เหมาะที่จะใช้
  • Firefox Web Browser ที่ดีที่สุดในอดีต ด้วยระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี มี extension ให้

เลือกมากมาย และรองรับทุกระบบปฏิบัติการ แต่ข้อเสียคือการที่สามารถ Add extension เข้าไปได้เยอะ ทำให้ Ram และ CPU ถูกใช้งานอย่างหนัก รวมไปถึงการที่มีสระและวรรณยุกต์ที่ทับซ้อนกันในบางครั้งทำให้อ่านยากอีกด้วย นอกจานั้นยังมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องการฟังเพลงออนไลน์ ผู้ใช้งานไม่สามารถฟังเพลงออนไลน์ได้จาก Web Browser นี้ เนื่องจากบางเว็บไซต์เพลงบางเว็บเป็นระบบการทำงานแบบเก่า ซึ่ง Firefox จะไม่รองรับ แน่นอนว่าไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงออนไลน์ หรือต้องทำงานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา และคนที่ต้องทำงานกับเว็บไซต์ที่ใช้ระบบที่ค่อนข้างเก่า

  • Opera หลายคนไม่คุ้นชื่อ Web Browser นี้เลย เพราะไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยสักเท่าไร แต่ก็ถูกหลายคนจับตามอง ด้วยความสามารถในการประหยัดแบตเตอร์รี่ได้ถึง 50 เปอร์เซ็น และยังช่วยป้องกันโฆษณนาต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องลอง Extension อะไรเพิ่ม แต่ข้อเสียที่มีก็คือ เรื่องของรูปภาพที่แสดงในหน้าเว็บไม่ค่อยมีความคมชัด และเปลือง Ram พอ ๆ กับ Firefox ไม่เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการใช้ภาพ ตัดต่อ หรือต้องการความเร็วในการเข้าถึง
  • Safari Web Browser จากฝั่งของ OSX ที่มีการเข้าถึงที่รวดเร็ว รองรับ CSS มากมายที่อันอื่นไม่มีการรองรับ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี และการแสกนข้อมูลที่เร็วรวด แต่ปัญหาคือเรื่องของ Extension ต่าง ๆ ที่แทบจะไม่มี การ Streaming ที่ไม่ได้คุณภาพ รวมไปถึงการใช้ของงาน Ram และ CPU ที่หนักพอสมควร เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการความรวดเร็ว และรูปแบบการแสดงผลต่าง ๆ ที่สวยงาม ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการจะทำการ Add extension เข้าไป
  • Google Chrome ถือเป็น Web Browser ที่ได้รับความนิยมและเป็นสากลที่สุดในตอนนี้ การจากการกินพื้นที่ต่าง ๆ น้อย interface ที่สวยงาม และ Features ใหม่ ๆ ที่ทาง Google ได้พัฒนาขึ้น ทำให้ลบข้อเสียต่าง ๆ ของ Web Browser อื่นไปได้มากมาย แต่ก็ยังมีการติดปัญหาเล็กน้อยคือการรองรับภาษาไทยยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถือได้ว่าดีที่สุด และเหมาะสมกับความต้องการต่าง ๆ ในตอนนี้มากที่สุด

แม้จะมี Web Browser ให้เลือกใช้กันมากมาย สิ่งหนึ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลย นอกจากความสวยงามและความเร็ว นั่นคือ ความปลอดภัยต่อการใช้งานนั่นเอง เพราะบางคนนั้นใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้นการป้องกันตัวเองด้วยสแกนไวรัส และไม่เข้าเว็บแปลก ๆ ก็เป็นอีกกำแพงป้องกันได้อย่างดี

 

อธิบายหมดเปลือก อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเอง และการจ้างผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับบริษัทหรือร้านค้าที่ไม่ใหญ่มาก แต่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ต่างก็คงกังวลเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ ว่าควรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือออกแบบด้วยตนเองดี เนื่องจากปัจจุบันก็มีเครื่องมือช่วยออกแบบเว็บไซต์อยู่หลายตัว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการจ้างผู้เชี่ยวชาญมากออกแบบเว็บไซต์ แต่หากมองในเชิงคุณภาพนั้นก็คงไม่สามารถรับประกันได้ว่าสิ่งที่เราคิดว่าดีนั้นดีจริงหรือไม่ในมุมมองผู้ที่เข้นมาใช้งานเว็บไซต์
ดังนั้นในเมื่อหลาย ๆ คนก็ต่างสงสัย เราจึงได้เตรียมข้อมูล 5 ข้อแตกต่างระหว่างการออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเองและจ้างผู้เชี่ยวชาญออกแบบ ที่จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้กับทุกคน รวมถึงทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรลงทุนกับการจ้างออกแบบหรือไม่

  1. การออกแบบเว็บไซต์ด้วยตนเองมีราคาต่ำกว่าการจ้างออกแบบมากกว่าสามเท่าโดยประมาณ ในการออกแบบด้วยตนเองนั้น จะเสียค่าใช้จ่ายในการของใช้เครื่องมือออกแบบแบบจับวางหรือ Drag and Drop เท่านั้น ซึ่งก็จะเป็นแบบเลือกฟังก์ชันต่าง ๆ แล้วลากมาวางได้เลย การจ้างผู้เชี่ยวชาญมากออกแบบนั้นจะใช้งบประมาณมาก อาจจะอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นแล้วแต่ความยากง่ายซับซ้อน ไปจนถึงชื่อเสียงและความสามารถของผู้ออกแบบก็จะทำให้ราคาต่างกันได้
  2. การออกแบบเว็บไซต์เองนั้นจะตรงตามที่ต้องการมากกว่า อีกทั้งยังปรับปรุงได้ง่าย ประโยคที่ว่าไม่มีใครเข้าใจเราได้ดีเท่าที่เราเข้าใจ และลงมือทำด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องจริง บางครั้งการที่เรากำหนดคอนเซ็ปต์งานไป คนที่รับงานอาจไม่เข้าใจหรือเข้าใจแต่สื่อออกมาได้ไม่ตรงตามที่เราต้องการเท่าที่ควร อีกทั้งเว็บไซต์นั้นจะต้องมีการปรับปรุงอัพเดตเรื่อย ๆ หากเราออกแบบด้วยตนเองก็จะแก้ไขได้ง่ายกว่า
  3. การจ้างออกแบบ จะได้เว็บไซต์ที่เข้าใจผู้ใช้งานมากกว่า สำหรับการจ้างออกแบบนั้นที่ต้องจ่ายเงินมากกว่าเนื่องจากผู้ออกแบบต้องใช้เวลาศึกษาหาความรู้ในด้านต่าง ๆ ก่อนมารับออกแบบ และยังต้องทำความเข้าใจถึงพฤติกรรม และความรู้สึกของผู้ใช้งาน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจะมีประสบการณ์และทำออกมาได้ดีกว่า
  4. การจ้างออกแบบจะมีการวางแผนตามหลักการ และมีคุณภาพเชิงการตลาดมากกว่า หากมองในเชิงการเข้าใจและความรู้ก่อนที่จะออกแบบนั้น อย่างไรผู้ที่ศึกษามาโดยตรงก็ต้องเก่งกว่า นี่ก็เช่นกัน นักออกแบบจะสามารถเข้าใจแผนการใช้งานเว็บไซต์หรือ Website flow ได้ดีกว่า และเข้าใจการออกแบบเพื่อการสื่อเชิงการตลาดได้อีกด้วย
  5. การออกแบบเว็บไซต์เอง ไม่สามารถเขียนฟังก์ชันเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิมของเครื่องมือได้ เนื่องจากต้องอาศัยความรู้ทางคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ออกแบบเว็บไซต์นั้นก็คือโปรแกรมเมอร์แขนงหนึ่ง ซึ่งใช้ความรู้ทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ และการออกแบบผสมกัน แต่เจ้าของธุรกิจโดยส่วนมากไม่อาจเข้าใจภาษาต่าง ๆ นี้ได้ แม้จะใช้โปรแกรมออกแบบสำเร็จรูป แต่ฟังก์ชันนั้นจำเป็นต้องเขียนขึ้นมาเอง และอาจจะต้องเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล ซึ่งต้องใช้ความรู้ของโปรแกรมเมอร์จัดการนั้นเอง

ไม่ว่าคุณจะจ้างออกแบบหรือทำด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ การดึงจุดเด่น ข้อดีของธุรกิจของคุณออกมาแสดงให้ได้ และหากคุณไม่เชียวชาญเรื่องเว็บไซต์มากพอ การเสียเงินจ้างก็คุ้มค่ามากกว่า กับเวลาที่ต้องมานั่งงมแก้ปัญหา แต่หากคุณไม่รู้อะไรเลย การเรียนรู้เรื่องพื้นฐานบ้าง ก็จะทำให้คุณถ่ายทอดและเข้าใจในสิ่งที่นักออกแบบพูดได้มากขึ้นนั่นเอง

 

เว็บไซต์และสังคมออนไลน์ สื่อผสมของการตลาดยุคใหม่

 เทรนด์การตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากในปัจจุบัน ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวตามกระแสตลอดเวลา เพื่อรักษาฐานลูกค้า อีกทั้งยังต้องการวิธีการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่อีกด้วย โดยที่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งมากมาย ทั้งในส่วนที่เป็นบริษัทเก่า และคู่แข่งการตลาดที่เข้ามาใหม่ ภาคธุรกิจจึงต้องมองหาวิธีการใหม่ ๆ ที่จะรองรับการปรับตัวนี้ได้ และหนึ่งในวิธีที่ดีมากและเหมาะกับโลกในปัจจุบัน นั้นก็คือ เว็บไซต์และสังคมออนไลน์นั่นเอง
โดยบทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญและประโยชน์ของเว็บไซต์ และสังคมออนไลน์ต่าง ๆ รวมไปถึงวิธีประยุกต์ใช้สื่อที่หลากหลายในเชิงการตลาดในโลกแห่งดิจิตอล
เมื่อลองหันมองวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันแล้ว คงจะต้องยอมรับการที่เน้นการตลาดเชิงออฟไลน์หรือหน้าร้านอย่างเดียวนั้นไม่พออย่างแน่นอน ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณต้องการโปรโมทสินค้าที่ออกใหม่สักชิ้น หากเป็นบริษัทที่มีงบเยอะก็คงจะจ้างดาราหรือเน็ตไอดอลมาถ่ายโฆษณาลงทั้งทางโทรทัศน์และโลกออนไลน์ เพราะวัยรุ่นปัจจุบันค่อนข้างใช้โทรศัพท์มากกว่า อีกทั้งยังประหยัดกว่าการลงผ่านโทรศัทน์อีกด้วย แล้วเมื่อมีกระแสคนก็มักแชร์ลงบนโลกโซเชียล เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นแหล่งที่เจ้าของกิจการจะตามดูกระแสตอบรับได้ดี อีกทั้งยังอาจมีเคมเปญต่าง ๆ สนับสนุนให้เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลและเว็บไซต์ก็เป็นได้ และมีอีกหลายภาคธุรกิจที่มีแค่หน้าร้านออนไลน์ เนื่องจากประหยัดและทันสมัยมากกว่า จากตรงนี้จะเห็นได้เลยว่าโลกโซเชียลมีประโยชน์มาก ถ้าหากเราเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง
ถัดจากนี้จะนำเสนอ 3 ตัวอย่าง การรวมสื่อผสมของ เว็บไซต์ สังคมออนไลน์ และออฟไลน์ไว้ด้วยกัน

  • ไลน์สติ๊กเกอร์สุดเก๋ โหลดฟรีแค่เพิ่มเป็นเพื่อน นี่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ได้ผลอย่างน่าตกใจ ซึ่งวิธีการก็คือการที่แจกสติ๊กเกอร์ไลน์แบบไม่คิดเงิน แลกเปลี่ยนด้วยการเพิ่มเป็นเพื่อนในไลน์ออฟฟิเชียลของร้านค้านั้น ๆ ซึ่งภายในจะมีบอทตอบคำถาม อีกทั้งยังมีทีมงานคอยโปรโมทแบรนด์ และเชิญชวนให้ซื้อสินค้าต่าง ๆ
  • ครบทุกช่องทางติดต่อ บนเว็บไซต์ของร้าน บนหน้าเว็บไซต์นั้นสามารถเพิ่มช่องทางการติดต่ออื่น ๆ ลงไปได้ ประเภทสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เพิ่มชื่อเฟซบุ๊ก อีเมล ไว้ด้านขวาบนของหน้าเว็บไซต์
  • แชร์ปั๊ป รับเลย เดี๋ยวนี้จะมีกลยุทธ์ที่ให้แชร์คลิปหรือเนื้อหาต่าง ๆ สำหรับการโฆษณาให้ร้านเป็นที่รู้จัก โดยจะมีการสุ่มมอบของรางวัลให้จากกิจกรรมนี้

เมื่อมาย้อนดูทั้งสามกลยุทธ์ จะเห็นได้ว่าล้วนอาศัยสื่อผสมเข้ามากระตุ้น ให้ผู้ใช้งานกระทำบางอย่างตามจุดประสงค์ หรือสร้างการจดจำแบรนด์ขึ้น หากเรารู้ทันและพร้อมเข้าใจโลกแห่งดิจิตอลนี้ ก็จะมีประโยชน์กับภาคธุรกิจมากเลยทีเดียว

 

เจาะลึกการออกแบบเว็บไซต์แบบโมเดิร์น เทรนด์ใหม่มาแรงที่ทุกคนควรนำไปใช้

คอนเซ็ปต์ในการออกแบบเว็บไซต์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญ เมื่อคุณต้องการจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเองหรือต้องการจะปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีอยู่เดิม ในเรื่องการออกแบบนั้นแบ่งออกเป็นหลายส่วน อาทิ การแบ่งหัวข้อตามลำดับความสำคัญและความครอบคลุม การเลือกโทนสีให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์บริษัท และเทศกาลที่กำลังจะมาถึง การเลือกการจัดวางไอคอน รูปภาพ หรือตัวหนังสือ ให้มีความเหมาะสมไม่น้อยหรือมากเกินไป และการยืดหยุ่นของขนาดหน้าจอ เพื่อรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากขึ้น
ในบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของคอนเซ็ปในการออกแบบเว็บไซต์เป็นหลัก โดยที่การเลือกคอนเซ็ปนี้ ก็ควรสอดคล้องกับภาพลักษณ์บริษัทเช่นกัน และนี่คือ 4 ข้อดีที่บ่งบอกถึงการเป็นเว็บไซต์สไตล์โมเดิร์น

  1. เน้นโทนสีเดียวกันทั้งเว็บไซต์ ข้อดีคือดูง่ายสบายตา และยังดูสอดคล้องต่อเนื่องกันทั้งเว็บไซต์อีกด้วย การเลือกโทนสีในแบบโมเดิร์นนั้นไม่ได้จำกัดแค่สีดำ ขาว เทา น้ำตาล แต่ทุก ๆ สีนั้นสามารถนำมาใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่ควรเลือกให้สีภายในหน้าเว็บไซต์ให้สอดคล้องกัน อาทิ ใช้สีเหลืองหม่น น้ำตาลเข้ม และสีแดงอิฐเข้าชุดกันในหนึ่งหน้า
  2. ใช้ภาพที่มีสีเข้มสดและคมชัด ข้อดีคือทำให้ดูเป็นเทคโนโลยีใหม่ และยังแสดงถึงคุณภาพของเว็บไซต์ โดยปกติผู้ใช้งานจะมองรูปภาพเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ ดังนั้นการเลือกรูปภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ๆ โดยการเลือกใช้ภาพที่คมชัดและมีสีเข้มสด จะทำให้ดูออกว่าใช้กล้องที่มีคุณภาพ และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าอีกด้วย
  3. ไอคอนแนวกราฟิกดีไซน์ ข้อดีคือ มีความเป็นตัวเองและแสดงถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไอคอนต่าง ๆ นั้น สามารถออกแบบเองได้ง่ายมากในปัจจุบัน ซึ่งโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายสำหรับมือใหม่ก็อย่างเช่น Adobe Photoshop ทางด้านการออกแบบนั้นควรคำนึงถึงภาครวมของเว็บไซต์ ว่าต้องการสื่อออกไปอย่างไร สีที่ใช้ไม่ควรโดดไปจากโทนของเว็บไซต์ และการเน้นการออกแบบเชิงเส้นจะทำให้น่าสนใจมากขึ้น
  4. ใช้รูปแบบตัวอักษรสากล อย่าเลือกแบบตวัดหางหรือทำตัวเอียง ข้อดีคือทำให้ผู้ใช้งานอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย และยังมีความเป็นกลาง ข้อนี้นั้นถึงไม่ใช้เว็บไซต์แบบโมเดิร์นก็ควรคำนึงถึงเสมอ เนื่องจากตัวอักษรไทยนั้นมีการตวัดหาง และการเอียงอยู่บางในบางรูปแบบการเขียน ซึ่งก็ทำให้ดูสวยงาม แต่อีกมุมหนึ่งก็ยากในการอ่านเช่นกัน หากต้องการใช้จริง ๆ ควรเลือกใช้แค่บางจุดเท่านั้น

การออกแบบนั้นแท้จริงแล้วไม่มีข้อตายตัว และเปลี่ยนไปตามยุคสมัยกระแสสังคม ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะปรับตัวและนำข้อดีของการออกแบบแต่ละรูปแบบมาประยุกต์ใช้จึงเป็นเรื่องที่ดี

 

4 ข้อเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ในยุคแห่งดิจิตอล

ในโลกปัจจุบันซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีผลกระทบต่อมนุษย์เราในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งยังเป็นโลกที่เรียกได้ว่าไร้พรหมแดนใดมาขวางกั้น เนื่องจากการติดต่อสื่อสารข้ามประเทศ กลายมาเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย และข้อมูลข่าวสารรวมไปถึงวัฒนธรรมยังถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็วอีกด้วย ด้วยเหตุต่าง ๆ นี้ นักพัฒนาได้ออกแบบระบบเพื่อช่วยในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย ซึ่งที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ และ เว็บไซต์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในโทรศัพท์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอีกมากมาย อาทิ smart watch และ smart TV

โดยในบทความนี้จะมาไข้ข้อสงสัยถึงความแตกต่างระหว่างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ซึ่งมีบางฟังก์ชั่นไม่ต่างกันมาก แต่กลับต้องมีทั้งสองสิ่ง แทนที่จะมีเพียงแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว ดังนั้นสำหรับนักออกแบบและนักพัมนาจึงต้องมีความเข้าใจถึงความแตกต่างนี้และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานมากที่สุด

  1. การเข้าถึงและการสั่งการระบบปฏิบัติการพื้นฐานในอุปกรณ์ ข้อนี้ถือเป็นข้อที่สำคัญที่สุด และนักออกแบบทุกคนควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยที่เราจะเห็นว่าแอปพลิเคชันนั้น คือสิ่งที่เราจะต้องติดตั้งลงไปในตัวอุปกรณ์โดยตรง เช่น ติดตั้งแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์คในแอนดรอย และในการติดตั้งนี้เองจะพ่วงไฟล์คำสั่งในการขอเข้าถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ในเครื่อง อาทิ การขออนุญาตเปิดกล้องเพื่อถ่ายรูป แล้วส่งลงในแอปพลิเคชัน แต่ในขณะที่เว็บไซต์จะมีข้อจำกัดในเชิงคำสั่งพวกนี้มากกว่านั้นเอง
  2. ขนาดและความยืดหยุ่นของหน้าจอ ปุ่ม และสัญลักษณ์ ต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าหากเราเปิดเว็บไซต์บางเว็บไซต์ในโทรศัพท์มือถือจะมีขนาดไม่พอดี อาจใหญ่เกินไปทำให้เลื่อนดูลำบาก กรณีนี้อาจใช้การยืดหยุ่นของเว็บไซต์หรือใช้แอปพลิเคชันแทนก็จะเหมาะสมกว่ามาก
  3. การติดตั้งของระบบลงในอุปกรณ์ การใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆ นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งลงในเครื่องจึงไม่กินพื้นที่และยังสามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ แต่หากเป็นแอปพลิเคชันจะต้องคำนึงถึงประเภทอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง และขนาดของแอปพลิเคชันอีกด้วย เช่น ในประเทศไทยมีผู้ใช้งานแอนดรอยมากกว่า IOS ดังนั้นถึงควรออกแบบให้รองรับแอนดรอยเป็นอันดับแรก
  4. การออกแบบโดยยึดพื้นฐานความเข้าใจและประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ ผู้ใช้งานของคุณนั้นมีหลากหลายประเภทและก็ยังมีความเข้าใจและประสบการณ์ใช้งานที่แตกต่างกันอีกด้วย ฉะนั้นคุณจะต้องระบุกลุ่มผู้ใช้งานให้ได้ก่อนที่จะเริ่มออกแบบงานใดก็ตาม อาทิ หากกลุ่มผู้ใช้งานคือผู้สูงอายุก็จะต้องออกแบบตัวหนังสือ และปุ่มให้มีขนาดใหญ่และอ่านออกได้ง่ายนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการออกแบบและพัฒนาไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไป หากแต่ต้องใช้ความเข้าใจในหลาย ๆ ด้าน และต้องใช้การฝึกฝนในการทำสิ่งนั้นจนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด

 

6 สิ่งต้องให้ความสำคัญ สำหรับคนที่สนใจจะทำเว็บไซต์ด้วยตัวเอง

หลายคนอยากทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะเดี๋ยวนี้การทำเว็บไซต์นั้นไม่ยากเหมือนกับแต่ก่อน แถมยังมีเว็บไซต์ที่ให้บริการรูปแบบเว็บไซต์สำเร็จรูปอีกมากมาย ดังนั้นการจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองไม่ยากเกินเอื้อมอีกต่อไปค่ะ

(more…)