Tag Archive: นักออกแบบ

อธิบายหมดเปลือก อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเอง และการจ้างผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับบริษัทหรือร้านค้าที่ไม่ใหญ่มาก แต่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ต่างก็คงกังวลเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ ว่าควรจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือออกแบบด้วยตนเองดี เนื่องจากปัจจุบันก็มีเครื่องมือช่วยออกแบบเว็บไซต์อยู่หลายตัว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการจ้างผู้เชี่ยวชาญมากออกแบบเว็บไซต์ แต่หากมองในเชิงคุณภาพนั้นก็คงไม่สามารถรับประกันได้ว่าสิ่งที่เราคิดว่าดีนั้นดีจริงหรือไม่ในมุมมองผู้ที่เข้นมาใช้งานเว็บไซต์
ดังนั้นในเมื่อหลาย ๆ คนก็ต่างสงสัย เราจึงได้เตรียมข้อมูล 5 ข้อแตกต่างระหว่างการออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเองและจ้างผู้เชี่ยวชาญออกแบบ ที่จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้กับทุกคน รวมถึงทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรลงทุนกับการจ้างออกแบบหรือไม่

  1. การออกแบบเว็บไซต์ด้วยตนเองมีราคาต่ำกว่าการจ้างออกแบบมากกว่าสามเท่าโดยประมาณ ในการออกแบบด้วยตนเองนั้น จะเสียค่าใช้จ่ายในการของใช้เครื่องมือออกแบบแบบจับวางหรือ Drag and Drop เท่านั้น ซึ่งก็จะเป็นแบบเลือกฟังก์ชันต่าง ๆ แล้วลากมาวางได้เลย การจ้างผู้เชี่ยวชาญมากออกแบบนั้นจะใช้งบประมาณมาก อาจจะอยู่ที่หลักพันถึงหลักหมื่นแล้วแต่ความยากง่ายซับซ้อน ไปจนถึงชื่อเสียงและความสามารถของผู้ออกแบบก็จะทำให้ราคาต่างกันได้
  2. การออกแบบเว็บไซต์เองนั้นจะตรงตามที่ต้องการมากกว่า อีกทั้งยังปรับปรุงได้ง่าย ประโยคที่ว่าไม่มีใครเข้าใจเราได้ดีเท่าที่เราเข้าใจ และลงมือทำด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องจริง บางครั้งการที่เรากำหนดคอนเซ็ปต์งานไป คนที่รับงานอาจไม่เข้าใจหรือเข้าใจแต่สื่อออกมาได้ไม่ตรงตามที่เราต้องการเท่าที่ควร อีกทั้งเว็บไซต์นั้นจะต้องมีการปรับปรุงอัพเดตเรื่อย ๆ หากเราออกแบบด้วยตนเองก็จะแก้ไขได้ง่ายกว่า
  3. การจ้างออกแบบ จะได้เว็บไซต์ที่เข้าใจผู้ใช้งานมากกว่า สำหรับการจ้างออกแบบนั้นที่ต้องจ่ายเงินมากกว่าเนื่องจากผู้ออกแบบต้องใช้เวลาศึกษาหาความรู้ในด้านต่าง ๆ ก่อนมารับออกแบบ และยังต้องทำความเข้าใจถึงพฤติกรรม และความรู้สึกของผู้ใช้งาน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจะมีประสบการณ์และทำออกมาได้ดีกว่า
  4. การจ้างออกแบบจะมีการวางแผนตามหลักการ และมีคุณภาพเชิงการตลาดมากกว่า หากมองในเชิงการเข้าใจและความรู้ก่อนที่จะออกแบบนั้น อย่างไรผู้ที่ศึกษามาโดยตรงก็ต้องเก่งกว่า นี่ก็เช่นกัน นักออกแบบจะสามารถเข้าใจแผนการใช้งานเว็บไซต์หรือ Website flow ได้ดีกว่า และเข้าใจการออกแบบเพื่อการสื่อเชิงการตลาดได้อีกด้วย
  5. การออกแบบเว็บไซต์เอง ไม่สามารถเขียนฟังก์ชันเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิมของเครื่องมือได้ เนื่องจากต้องอาศัยความรู้ทางคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ออกแบบเว็บไซต์นั้นก็คือโปรแกรมเมอร์แขนงหนึ่ง ซึ่งใช้ความรู้ทางด้านภาษาคอมพิวเตอร์ และการออกแบบผสมกัน แต่เจ้าของธุรกิจโดยส่วนมากไม่อาจเข้าใจภาษาต่าง ๆ นี้ได้ แม้จะใช้โปรแกรมออกแบบสำเร็จรูป แต่ฟังก์ชันนั้นจำเป็นต้องเขียนขึ้นมาเอง และอาจจะต้องเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล ซึ่งต้องใช้ความรู้ของโปรแกรมเมอร์จัดการนั้นเอง

ไม่ว่าคุณจะจ้างออกแบบหรือทำด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ การดึงจุดเด่น ข้อดีของธุรกิจของคุณออกมาแสดงให้ได้ และหากคุณไม่เชียวชาญเรื่องเว็บไซต์มากพอ การเสียเงินจ้างก็คุ้มค่ามากกว่า กับเวลาที่ต้องมานั่งงมแก้ปัญหา แต่หากคุณไม่รู้อะไรเลย การเรียนรู้เรื่องพื้นฐานบ้าง ก็จะทำให้คุณถ่ายทอดและเข้าใจในสิ่งที่นักออกแบบพูดได้มากขึ้นนั่นเอง

 

เปิดคัมภีร์เซียน ปรับความเข้าใจระหว่างนักออกแบบและผู้ใช้งานเว็บไซต์

หากลูกค้าคือพระเจ้าฉันท์ใด คัมภีร์เซียนฉบับนี้ก็ช่วยให้นักออกแบบเข้าใจการใช้งานของผู้ใช้งานเว็บไซต์ได้ฉันท์นั้น บทความนี้จะของตั้งตัวเองขึ้นเป็นคัมภีร์ที่ไม่ลับสำหรับนักออกแบบทุกคน โดยจะมาแนะนำแนวทางการเข้าใจผู้ใช้ง่ายให้เข้าใจกันง่าย ๆ เพื่อที่จะได้ออกแบบเว็บไซต์ได้ตามที่ผู้ว่าจ้างและผู้ใช้งานต้องการนั้นเอง อีกทั้งจะมาปรับให้ผู้ใช้งานเข้าใจผู้ออกแบบด้วยกันทั้งสองฝั่งด้วย
อันดับแรกจะขอแบ่งบทความนี้ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ โดยที่ส่วนแรกจะปรับมุมมองความเข้าใจทางด้านลูกค้า ให้เข้าใจถึงรูปแบบการทำงานของนักออกแบบ และนักพัฒนาเว็บไซต์ และส่วนที่สองคือเพื่อให้นักพัฒนามีความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า
ในส่วนแรกนั้น คือมุมมองจากทางลูกค้า ซึ่งเมื่อลูกค้าต้องการจะว่าจ้างงานต่าง ๆ มักจะมีแนวทางที่ต้องการ งบประมาณ ไปจนถึงกำหนดเวลาในการทำงานมาให้ แต่เมื่อเริ่มคุยงานกับทางฝ่ายออกแบบนั้นอาจไม่เป็นไปตามสิ่งที่คิดทั้งหมด อาทิ ช่วงเวลาการทำงานที่กำหนดมานั้นอาจยาวออกไป เนื่องจากการทำงานส่วนแรกคือการคุยกับลูกค้า แล้วนำไปออกแบบมาให้ลูกค้าประเมิน หากผ่านก็สามารถทำต่อได้เลย แต่หากไม่ผ่านจะต้องย้อนไปแก้การออกแบบทำให้ระยะเวลาการดำเนินงานอาจยืดออกไปได้ หรือในส่วนของเรื่องแนวทางของเว็บไซต์ที่ลูกค้าต้องการ อาจมีบางสิ่งซึ่งไม่เหมาะสมตามความเห็นของผู้ออกแบบ อย่างที่จะเห็นได้ว่าลูกค้าอาจต้องการงานที่ดูทันสมัยแตกต่างไปจากความรู้สึกเดิม ๆ แต่ก็ไปขัดกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้งาน ซึ่งตามหลักการออกแบบนั้นถือว่าเป็นปัญหาอย่างมาก จึงต้องลดทอนลงมาให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม และสามารถทำได้จริงนั้นเอง
ส่วนที่สองนั้น ก็คือมุมมองของผู้ออกแบบ โดยที่จะมองว่าลูกค้าเป็นพระเจ้านั้นคงไม่ผิด แต่ควรจะต้องอยู่ในจุดที่เหมาะสม หากจุดไหนผิดจริงและจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ควรอธิบายลูกค้าไปตามจริง และปัญหาสำคัญของทีมออกแบบคือ ออกแบบไปแล้วลูกค้าไม่พอใจ ในส่วนนี้ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนี้ให้มากกว่าเวลาจริง และต้องถามคำถามซึ่งกระตุ้นให้ลูกค้าบอกสิ่งที่ต้องการออกมาให้หมดในคราวแรก เพื่อลดปัญหาการแก้งานในภายหลัง อาทิ เมื่อประชุมครั้งแรกลูกค้าแจ้งว่า ต้องการเว็บไซต์สำหรับร้านขายเครื่องสำอางแบรนด์ไทย ที่ดูไทย และมีลวดลายอย่างไทย เมื่อนำกลับมาออกแบบแล้วไปเสนอลูกค้ากลับไม่ชอบเพราะเว็บไซต์ดูเชย ในจุดนี้การแก้ปัญหาที่ดี คือ มองตามที่ลูกค้าแจ้งว่าเราออกแบบมาดีพอหรือไม่ หากเราทำดีพอแล้วปัญหาที่เกิดคือเราเก็บข้อมูลจากลูกค้ามาไม่ดีพอ ดังนั้นเราต้องถามลูกค้าให้ชัดเจนว่าเว็บไซต์แบบไทย นี้ต้องมีความไทยแค่ไหน หรือจะเป็นไทยประยุกต์เพื่อให้ดูทันยุคสมัยมากยิ่งขึ้น หรือโทนสีของเว็บไซต์ที่ลูกค้าต้องการ ไปจนถึงปริมาณหน้าย่อยของเว็บไซต์ที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้อย่างราบรื่นและได้ผลงานที่ดีมีคุณภาพนั้นเอง
จะเห็นได้ว่าแค่เราเข้าใจเขา และทำให้เขาเข้าใจตัวเขาเองมากขึ้นไปอีก ก็จะช่วยให้การทำงานราบรื่น ไม่ต้องแก้งานกันหลายครั้ง งานก็เสร็จตามเวลา ไม่มีข้อขัดแจ้งระหว่างสองฝ่าย และนักออกแบบต้องเข้าใจว่า ลูกค้ามีภาพในความคิด แต่เราเป็นผู้ทำให้เป็นจริงขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ตรงในทีเดียวนั่นเอง

 

4 ข้อเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่างแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ในยุคแห่งดิจิตอล

ในโลกปัจจุบันซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีผลกระทบต่อมนุษย์เราในทุก ๆ ด้าน อีกทั้งยังเป็นโลกที่เรียกได้ว่าไร้พรหมแดนใดมาขวางกั้น เนื่องจากการติดต่อสื่อสารข้ามประเทศ กลายมาเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย และข้อมูลข่าวสารรวมไปถึงวัฒนธรรมยังถูกส่งต่อกันอย่างรวดเร็วอีกด้วย ด้วยเหตุต่าง ๆ นี้ นักพัฒนาได้ออกแบบระบบเพื่อช่วยในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย ซึ่งที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ และ เว็บไซต์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในโทรศัพท์และเครื่องคอมพิวเตอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอีกมากมาย อาทิ smart watch และ smart TV

โดยในบทความนี้จะมาไข้ข้อสงสัยถึงความแตกต่างระหว่างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ ซึ่งมีบางฟังก์ชั่นไม่ต่างกันมาก แต่กลับต้องมีทั้งสองสิ่ง แทนที่จะมีเพียงแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว ดังนั้นสำหรับนักออกแบบและนักพัมนาจึงต้องมีความเข้าใจถึงความแตกต่างนี้และเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานมากที่สุด

  1. การเข้าถึงและการสั่งการระบบปฏิบัติการพื้นฐานในอุปกรณ์ ข้อนี้ถือเป็นข้อที่สำคัญที่สุด และนักออกแบบทุกคนควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยที่เราจะเห็นว่าแอปพลิเคชันนั้น คือสิ่งที่เราจะต้องติดตั้งลงไปในตัวอุปกรณ์โดยตรง เช่น ติดตั้งแอปพลิเคชันโซเชียลเน็ตเวิร์คในแอนดรอย และในการติดตั้งนี้เองจะพ่วงไฟล์คำสั่งในการขอเข้าถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ในเครื่อง อาทิ การขออนุญาตเปิดกล้องเพื่อถ่ายรูป แล้วส่งลงในแอปพลิเคชัน แต่ในขณะที่เว็บไซต์จะมีข้อจำกัดในเชิงคำสั่งพวกนี้มากกว่านั้นเอง
  2. ขนาดและความยืดหยุ่นของหน้าจอ ปุ่ม และสัญลักษณ์ ต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าหากเราเปิดเว็บไซต์บางเว็บไซต์ในโทรศัพท์มือถือจะมีขนาดไม่พอดี อาจใหญ่เกินไปทำให้เลื่อนดูลำบาก กรณีนี้อาจใช้การยืดหยุ่นของเว็บไซต์หรือใช้แอปพลิเคชันแทนก็จะเหมาะสมกว่ามาก
  3. การติดตั้งของระบบลงในอุปกรณ์ การใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆ นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งลงในเครื่องจึงไม่กินพื้นที่และยังสามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ แต่หากเป็นแอปพลิเคชันจะต้องคำนึงถึงประเภทอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง และขนาดของแอปพลิเคชันอีกด้วย เช่น ในประเทศไทยมีผู้ใช้งานแอนดรอยมากกว่า IOS ดังนั้นถึงควรออกแบบให้รองรับแอนดรอยเป็นอันดับแรก
  4. การออกแบบโดยยึดพื้นฐานความเข้าใจและประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ ผู้ใช้งานของคุณนั้นมีหลากหลายประเภทและก็ยังมีความเข้าใจและประสบการณ์ใช้งานที่แตกต่างกันอีกด้วย ฉะนั้นคุณจะต้องระบุกลุ่มผู้ใช้งานให้ได้ก่อนที่จะเริ่มออกแบบงานใดก็ตาม อาทิ หากกลุ่มผู้ใช้งานคือผู้สูงอายุก็จะต้องออกแบบตัวหนังสือ และปุ่มให้มีขนาดใหญ่และอ่านออกได้ง่ายนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าการออกแบบและพัฒนาไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินไป หากแต่ต้องใช้ความเข้าใจในหลาย ๆ ด้าน และต้องใช้การฝึกฝนในการทำสิ่งนั้นจนประสบความสำเร็จได้ในที่สุด