Responsive Design การออกแบบเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบถ้วน

การออกแบบเว็บไซต์ในอดีตมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปแบบการใช้งานเว็บไซต์ สีสันของเว็บไซต์ ระยะเวลาในการเข้าถึงเว็บไซต์ และอุปกรณ์ในการเข้าถึงเว็บไซต์ ต่างก็เป็นข้อจำกัดที่สำคัญสำหรับการใช้งานเว็บไซต์ ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเว็บไซต์ในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานเว็บไซต์ได้ดีที่สุด ปัญหาที่สำคัญที่สุดสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ในอดีต คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเพียงแค่คอมพิวเตอร์เท่านั้น เมื่อใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ แบบ Smart Phone หรืออุปกรณ์พกพาอื่น ๆ ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาที่เกิดขึ้นได้แก่ ขนาดที่ใหญ่เกินไปทำให้ใช้เวลานานในการเข้าเว็บไซต์ หรือการเข้าเว็บไซต์เมื่อเข้าด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์แล้วหน้าจอขาดหรือหายไป เนื่องจากขนาดหน้าจอของอุปกรณ์อื่นมีขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์

                ต่อมาได้มีการพัฒนาเว็บไซต์เพิ่มเติมให้สามารถใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ เรียกว่า Mobile Site แต่ก็ยังมีความยุ่งยาก เพราะเป็นการสร้างเว็บไซต์สองเว็บไซต์ที่แยกออกจากกัน ทำให้ผู้สร้างเว็บไซต์เกิดความยุ่งยากในการทำงาน เพราะถ้ามีการเพิ่มเติม หรือแก้ไขข้อมูลต้องทำงานสองส่วน ในปัจจุบันจึงเกิดการออกแบบเว็บไซต์แบบ Responsive Design เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ข้างต้น

                Responsive Design คือ การออกแบบเว็บไซต์ด้วยแนวคิดใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้หน้าจอสามารถแสดงผลการเข้าเว็บไซต์ได้อย่างเหมาะสมกับทุกอุปกรณ์ ใช้เวลาในการสร้างเว็บไซต์น้อย เพราะมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่สำได้สะดวก และรวดเร็วมากกว่าการเขียนเว็บไซต์แบบเดิม ข้อดีสำหรับการออกแบบเว็บไซต์แบบ Responsive Design มีดังนี้คือ

  1. ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย และการใช้งานเว็บไซต์ก็มีความสะดวก รวดเร็วมากกว่าการเขียนเว็บไซต์ในแบบเดิม
  2. ไม่ต้องเสียเวลาเขียนเว็บไซต์หลาย ๆ นามสกุล เพื่อให้เหมาะกับขนาดของหน้าจอที่แตกต่างกัน เพราะด้วยลักษณะการเขียนด้วย JavaScript และ CSS3 ส่งผลให้การปรับขนาดของหน้าจอทำได้ง่าย เรียกได้ว่าเว็บไซต์ Responsive Design นี้มีความฉลาดอย่างมาก เพราะเมื่อมีการใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์หน้าจอก็ละเลือกแสดงผลน้อยลงโดยตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นออก ทำให้สามารถเข้าถึงเว็บไซต์จากอุปกรณ์ได้ทุกรูปแบบอย่างอัตโนมัติ
  3. การดูแลจัดการเว็บไซต์ไม่มีความยุ่งยาก เพราะไม่ต้องปรับหรือแก้ไขข้อมูลหลาย ๆ ที่ นั่นคือไม่ต้องแยกเขียนเว็บไซต์เพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ และเขียนเว็บไซต์ที่ใช้งานกับอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ จึงสะดวกสำหรับผู้เขียนเว็บไซต์เป็นอย่างมาก
  4. ประหยัดค่าใช้จ่าย ค่าจ้าง และเวลาในการเขียนเว็บไซต์อย่างมาก เพราะไม่จำเป็นต้องทำงานซ้ำซ้อนด้วยการใช้ Source Code เพียงแค่ชุดเดียว ก็สามารถปรับแต่งให้ใช้งานได้กับอุปกรณ์ทุกแบบ จึงช่วยลดการใช้ทรัพยากรในด้านต่าง ๆ ลงอย่างมาก แต่ก็สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
  5. การทำ SEO (Search Engine Optimization) ทำได้ง่ายมากขึ้น เพราะสามารถใช้ SEO สั้น ๆ ที่เหมาะกับ Smart Phone ได้ ไม่จำเป็นต้องเขียน SEO ที่มีขนาดยาวเหมือนในอดีต ทำให้การค้นหา SEO ทำได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย

เว็บไซต์แบบ Responsive Design ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ผสมผสานระหว่างการเขียนเว็บไซต์ กับการออกแบบเว็บไซต์ เพราะสามารถประมวลผลการทำงานเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันก็มีรูปแบบการทำงานที่ถูกออกแบบใหม่เหมาะสมกับการใช้งานในทุกอุปกรณ์ จึงสามารถตอบโจทย์การเข้าถึงเว็บไซต์ได้อย่างดีที่สุด ส่งผลให้ได้รับความนิยมมากที่สุด