ออกแบบเว็บไซต์

เปิดคัมภีร์เซียน ปรับความเข้าใจระหว่างนักออกแบบและผู้ใช้งานเว็บไซต์

หากลูกค้าคือพระเจ้าฉันท์ใด คัมภีร์เซียนฉบับนี้ก็ช่วยให้นักออกแบบเข้าใจการใช้งานของผู้ใช้งานเว็บไซต์ได้ฉันท์นั้น บทความนี้จะของตั้งตัวเองขึ้นเป็นคัมภีร์ที่ไม่ลับสำหรับนักออกแบบทุกคน โดยจะมาแนะนำแนวทางการเข้าใจผู้ใช้ง่ายให้เข้าใจกันง่าย ๆ เพื่อที่จะได้ออกแบบเว็บไซต์ได้ตามที่ผู้ว่าจ้างและผู้ใช้งานต้องการนั้นเอง อีกทั้งจะมาปรับให้ผู้ใช้งานเข้าใจผู้ออกแบบด้วยกันทั้งสองฝั่งด้วย
อันดับแรกจะขอแบ่งบทความนี้ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ โดยที่ส่วนแรกจะปรับมุมมองความเข้าใจทางด้านลูกค้า ให้เข้าใจถึงรูปแบบการทำงานของนักออกแบบ และนักพัฒนาเว็บไซต์ และส่วนที่สองคือเพื่อให้นักพัฒนามีความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า
ในส่วนแรกนั้น คือมุมมองจากทางลูกค้า ซึ่งเมื่อลูกค้าต้องการจะว่าจ้างงานต่าง ๆ มักจะมีแนวทางที่ต้องการ งบประมาณ ไปจนถึงกำหนดเวลาในการทำงานมาให้ แต่เมื่อเริ่มคุยงานกับทางฝ่ายออกแบบนั้นอาจไม่เป็นไปตามสิ่งที่คิดทั้งหมด อาทิ ช่วงเวลาการทำงานที่กำหนดมานั้นอาจยาวออกไป เนื่องจากการทำงานส่วนแรกคือการคุยกับลูกค้า แล้วนำไปออกแบบมาให้ลูกค้าประเมิน หากผ่านก็สามารถทำต่อได้เลย แต่หากไม่ผ่านจะต้องย้อนไปแก้การออกแบบทำให้ระยะเวลาการดำเนินงานอาจยืดออกไปได้ หรือในส่วนของเรื่องแนวทางของเว็บไซต์ที่ลูกค้าต้องการ อาจมีบางสิ่งซึ่งไม่เหมาะสมตามความเห็นของผู้ออกแบบ อย่างที่จะเห็นได้ว่าลูกค้าอาจต้องการงานที่ดูทันสมัยแตกต่างไปจากความรู้สึกเดิม ๆ แต่ก็ไปขัดกับประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้งาน ซึ่งตามหลักการออกแบบนั้นถือว่าเป็นปัญหาอย่างมาก จึงต้องลดทอนลงมาให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม และสามารถทำได้จริงนั้นเอง
ส่วนที่สองนั้น ก็คือมุมมองของผู้ออกแบบ โดยที่จะมองว่าลูกค้าเป็นพระเจ้านั้นคงไม่ผิด แต่ควรจะต้องอยู่ในจุดที่เหมาะสม หากจุดไหนผิดจริงและจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ควรอธิบายลูกค้าไปตามจริง และปัญหาสำคัญของทีมออกแบบคือ ออกแบบไปแล้วลูกค้าไม่พอใจ ในส่วนนี้ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนนี้ให้มากกว่าเวลาจริง และต้องถามคำถามซึ่งกระตุ้นให้ลูกค้าบอกสิ่งที่ต้องการออกมาให้หมดในคราวแรก เพื่อลดปัญหาการแก้งานในภายหลัง อาทิ เมื่อประชุมครั้งแรกลูกค้าแจ้งว่า ต้องการเว็บไซต์สำหรับร้านขายเครื่องสำอางแบรนด์ไทย ที่ดูไทย และมีลวดลายอย่างไทย เมื่อนำกลับมาออกแบบแล้วไปเสนอลูกค้ากลับไม่ชอบเพราะเว็บไซต์ดูเชย ในจุดนี้การแก้ปัญหาที่ดี คือ มองตามที่ลูกค้าแจ้งว่าเราออกแบบมาดีพอหรือไม่ หากเราทำดีพอแล้วปัญหาที่เกิดคือเราเก็บข้อมูลจากลูกค้ามาไม่ดีพอ ดังนั้นเราต้องถามลูกค้าให้ชัดเจนว่าเว็บไซต์แบบไทย นี้ต้องมีความไทยแค่ไหน หรือจะเป็นไทยประยุกต์เพื่อให้ดูทันยุคสมัยมากยิ่งขึ้น หรือโทนสีของเว็บไซต์ที่ลูกค้าต้องการ ไปจนถึงปริมาณหน้าย่อยของเว็บไซต์ที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้อย่างราบรื่นและได้ผลงานที่ดีมีคุณภาพนั้นเอง
จะเห็นได้ว่าแค่เราเข้าใจเขา และทำให้เขาเข้าใจตัวเขาเองมากขึ้นไปอีก ก็จะช่วยให้การทำงานราบรื่น ไม่ต้องแก้งานกันหลายครั้ง งานก็เสร็จตามเวลา ไม่มีข้อขัดแจ้งระหว่างสองฝ่าย และนักออกแบบต้องเข้าใจว่า ลูกค้ามีภาพในความคิด แต่เราเป็นผู้ทำให้เป็นจริงขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ตรงในทีเดียวนั่นเอง

 

เจาะลึกการออกแบบเว็บไซต์แบบโมเดิร์น เทรนด์ใหม่มาแรงที่ทุกคนควรนำไปใช้

คอนเซ็ปต์ในการออกแบบเว็บไซต์เป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญ เมื่อคุณต้องการจะมีเว็บไซต์เป็นของตนเองหรือต้องการจะปรับปรุงเว็บไซต์ที่มีอยู่เดิม ในเรื่องการออกแบบนั้นแบ่งออกเป็นหลายส่วน อาทิ การแบ่งหัวข้อตามลำดับความสำคัญและความครอบคลุม การเลือกโทนสีให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์บริษัท และเทศกาลที่กำลังจะมาถึง การเลือกการจัดวางไอคอน รูปภาพ หรือตัวหนังสือ ให้มีความเหมาะสมไม่น้อยหรือมากเกินไป และการยืดหยุ่นของขนาดหน้าจอ เพื่อรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากขึ้น
ในบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความสำคัญของคอนเซ็ปในการออกแบบเว็บไซต์เป็นหลัก โดยที่การเลือกคอนเซ็ปนี้ ก็ควรสอดคล้องกับภาพลักษณ์บริษัทเช่นกัน และนี่คือ 4 ข้อดีที่บ่งบอกถึงการเป็นเว็บไซต์สไตล์โมเดิร์น

  1. เน้นโทนสีเดียวกันทั้งเว็บไซต์ ข้อดีคือดูง่ายสบายตา และยังดูสอดคล้องต่อเนื่องกันทั้งเว็บไซต์อีกด้วย การเลือกโทนสีในแบบโมเดิร์นนั้นไม่ได้จำกัดแค่สีดำ ขาว เทา น้ำตาล แต่ทุก ๆ สีนั้นสามารถนำมาใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่ควรเลือกให้สีภายในหน้าเว็บไซต์ให้สอดคล้องกัน อาทิ ใช้สีเหลืองหม่น น้ำตาลเข้ม และสีแดงอิฐเข้าชุดกันในหนึ่งหน้า
  2. ใช้ภาพที่มีสีเข้มสดและคมชัด ข้อดีคือทำให้ดูเป็นเทคโนโลยีใหม่ และยังแสดงถึงคุณภาพของเว็บไซต์ โดยปกติผู้ใช้งานจะมองรูปภาพเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเข้ามาในหน้าเว็บไซต์ ดังนั้นการเลือกรูปภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ๆ โดยการเลือกใช้ภาพที่คมชัดและมีสีเข้มสด จะทำให้ดูออกว่าใช้กล้องที่มีคุณภาพ และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าอีกด้วย
  3. ไอคอนแนวกราฟิกดีไซน์ ข้อดีคือ มีความเป็นตัวเองและแสดงถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไอคอนต่าง ๆ นั้น สามารถออกแบบเองได้ง่ายมากในปัจจุบัน ซึ่งโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่ายสำหรับมือใหม่ก็อย่างเช่น Adobe Photoshop ทางด้านการออกแบบนั้นควรคำนึงถึงภาครวมของเว็บไซต์ ว่าต้องการสื่อออกไปอย่างไร สีที่ใช้ไม่ควรโดดไปจากโทนของเว็บไซต์ และการเน้นการออกแบบเชิงเส้นจะทำให้น่าสนใจมากขึ้น
  4. ใช้รูปแบบตัวอักษรสากล อย่าเลือกแบบตวัดหางหรือทำตัวเอียง ข้อดีคือทำให้ผู้ใช้งานอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย และยังมีความเป็นกลาง ข้อนี้นั้นถึงไม่ใช้เว็บไซต์แบบโมเดิร์นก็ควรคำนึงถึงเสมอ เนื่องจากตัวอักษรไทยนั้นมีการตวัดหาง และการเอียงอยู่บางในบางรูปแบบการเขียน ซึ่งก็ทำให้ดูสวยงาม แต่อีกมุมหนึ่งก็ยากในการอ่านเช่นกัน หากต้องการใช้จริง ๆ ควรเลือกใช้แค่บางจุดเท่านั้น

การออกแบบนั้นแท้จริงแล้วไม่มีข้อตายตัว และเปลี่ยนไปตามยุคสมัยกระแสสังคม ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะปรับตัวและนำข้อดีของการออกแบบแต่ละรูปแบบมาประยุกต์ใช้จึงเป็นเรื่องที่ดี

 

5 กลยุทธ์ ออกแบบเว็บไซต์อย่างไร ให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้อย่างครอบคลุม

ปัจจุบันมนุษย์เรามีตัวเลือกและข้อเปรียบเทียบมากมาย สำหรับสินค้าหรือบริการต่าง ๆ เว็บไซต์เองก็เป็นหนึ่งในการบริการที่มีตัวเลือกมากมาย อย่างที่เห็นได้ชัดก็คือร้านขายของออนไลน์ ที่ต่างพยายามแข่งขันกันดึงดูดลูกค้า ดังนั้นผู้ออกแบบเองก็ควรใส่ใจในการหาวิธีการที่จะทำให้เว็บไซต์ที่ออกแบบดูดี และตอบโจทย์การใช้งานอยู่เสมอ อีกทั้งยังต้องออกมาดีกว่าคู่แข่งให้ได้อีกด้วย
บทความนี้จึงจะมาแนะนำกลยุทธ์ที่จะทำให้การออกแบบเว็บไซต์เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้และครอบคลุมทุกการใช้ง่าย ที่เข้าใจง่ายใน 6 ข้อ พร้อมกับยกตัวอย่างประกอบ

  • เว็บไซต์จะต้องถูกเข้าใจได้ง่าย ว่าต้องการจะสื่อสารถึงเนื้อหาอะไรบ้าง ในส่วนแรกนี้คือการจัดเรียงหัวข้อของเรื่องต่าง ๆ ทั้งหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย ซึ่งควรถูกจัดวางอย่างมีระบบอีกทั้งควรใช้คำที่สื่อความหมายได้ชัดเจน ไม่ว่าผู้ใช้งานจะเป็นใครก็ควรจะอ่านเข้าใจได้ง่าย
  • ควรมีระบบจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน อาทิ เว็บไซต์ล่มหรือโหลดรูปภาพไม่ขึ้น ในหลายเว็บไซต์นั้นไม่ได้มีการจัดการปัญหาทางด้านนี้ เมื่อเกิดเหตุขัดคล่องขึ้นเมื่อลูกค้าเข้ามาใช้งานจึงแก้ไขเบื้องต้นไม่ได้ และส่วนนี้จะก่อให้เกิดประสบการณ์ในการใช้งานที่ไม่ดีในใจลูกค้า แล้วยังส่งผลเสียตามมาถึงภาพลักษณ์ของบริษัทอีกด้วย ให้มองว่าการมีฟังก์ชั่นนี้ให้กับลูกค้าก็เหมือนบริการหลังการขายนั้นเอง หากสินค้าดีมาก แต่บริการหลังการขายแย่ลูกค้าก็ย่อมไม่พอใจแน่นอน
  • ผู้ใช้งานจะต้องเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์ได้ง่าย ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้งาน ตามหลักของคอมพิวเตอร์เรามีการใช้งานสิ่งต่าง ๆ ที่หลากหลายและมีผลต่อตัวผู้ใช้งาน เนื่องจากผู้ใช้แต่ละคนมีประสบการณ์ใช้งานที่หลากหลายต่างกัน อีกทั้งยังมีความสามารถในการเข้าใจและเรียนรู้เว็บไซต์ที่ไม่เหมือนกัน หากคิดว่าการออกแบบนี้ดีสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่อีกกลุ่มหนึ่งอาจไม่สามารถเข้าใจก็เป็นได้
  • องค์ประกอบของเว็บไซต์ควรไม่มากหรือน้อยจนเกินไป การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีนั้น ต้องเข้าใจมุมมองผู้เข้ามาใช้งานได้ดี อีกทั้งความเข้าใจในเชิงศิลปะก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เราต้องใช้มุมมองมองดูว่าเนื้อหาคับแน่นเกินไปจนดูยากหรือไม่ เช่น มีตัวอักษรและรูปภาพเต็มพื้นที่แทบไม่เหลือช่องว่าให้พักสายตา หรือโล่งจนเกินไปก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเบื่อ
  • การยืดหยุ่นของขนาดหน้าจอและไอคอนต่าง ๆ หัวข้อสุดท้ายนี้เริ่มถูกคำนึงถึงในการออกแบบบริษัทใหญ่ ๆ แล้ว นั้นคือการที่อุปกรณ์ที่ใช้เปิดเว็บไซต์มีขนาดหน้าจอไม่เท่ากัน ดังนั้นขนาดหน้าจอและไอคอนต่าง ๆ ควรออกแบบให้ยืดหยุ่นได้ตามขนาดอุปกรณ์ ซึ่งจะทำให้ไม่เหลือพื้นที่ด้านข้างของขอบจอนั้นเอง

แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถทำอะไรได้ถูกต้อง ถูกใจให้กับทุกคนได้ แต่การทำอะไรให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่ายกับทุกคน เป็นเรื่องที่สามารถทำและปรับได้ ซึ่งหากทำได้แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาเว็บไซต์ของคุณ ย่อมได้ประโยชน์และเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้ในที่สุด

 

5 ข้อดี ของการเขียนเว็บไซต์ตามรูปแบบ SEO ที่กำลังมาแรงในปี 2018

ผ่านปี 2018 มากันเกือบครึ่งปีกันแล้ว เทรนด์ต่าง ๆ ก็เริ่มมีให้เห็นอย่างชัดเจน และเทรนด์ที่มาเร็วไปเร็วอย่างกระแสด้านเทคโนโลยี กลับมีหนึ่งอย่างที่มาแรงมากและคาดว่าจะคงอยู่ไปอีกนาน นั้นคือเทรนด์ด้านการทำเว็บไซต์ตามรูปแบบ SEO ซึ่งนักออกแบบทุกคนในปีนี้ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเราจึงหยิบยก SEO มาพูดกันในบทความนี้กันอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย เพื่อที่ให้ลูกค้าที่สนใจจ้างงานในด้านการออกแบบเว็บไซต์ ก็สามารถเข้าใจได้เช่นกัน

ก่อนอื่นนั้นอยากให้ทุกคนได้รู้จัก SEO กันก่อน เพื่อให้เข้าใจตรงกันจึงอยากหยิบยกเว็บไซต์หนึ่งซึ่งรวมรวบข้อมูลเว็บไซต์ต่าง ๆ ไว้มากมายอย่าง google โดยการทำงานของ google นั้น คือการที่ผู้ใช้งานมีความสนใจทางด้านหนึ่ง ๆ แล้วต้องการหาข้อมูล ซึ่งการหาข้อมูลดังกล่าวอาจใช้ Keyword หรือ รูปภาพ ที่ต้องการใช้มาช่วยในการหาก็ได้ เมื่อเข้าใจมาถึงจุดนี้แล้วจะเห็นได้ว่า เมื่อผู้ใช้งานกรอก คำใด ๆ ลงไป ก็จะมีเว็บไซต์ขึ้นมาให้เลือกมากมาย และจุดนี้เองจึงมีการทำ SEO  เพื่อที่จะดันให้เว็บไซต์ของเราขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกคลิกเข้าไปชมเว็บไซต์มากขึ้น

เมื่อทราบถึงการทำงานของ SEO กันแล้ว ถัดจากนี้คือ 5 ข้อดี ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้ SEO กับเว็บไซต์ของคุณดีหรือไม่

  1. เพิ่มโอกาสการเข้าชมเว็บไซต์จากผู้ใช้งาน จะเห็นได้ว่าการทำ SEO นั้นล้วนเป็นไปเพื่อการดันเว็บไซต์ของเราให้ขึ้นมาในลำดับการแนะนำที่สูงขึ้น และจากผลการสำรวจผู้ใช้งานมักจะมีความพึงพอใจหากพบเว็บไซต์ที่ต้องการในอันดับแรก ๆ ของการค้นหา
  2. สะดวกต่อการค้นหาของลูกค้า เว็บไซต์ส่วนมากบนโลกออนไลน์ล้วนเป็นเว็บไซต์ในด้านการตลาดของบริษัท อาทิ เว็บไซต์ขายของ หน้าร้านออนไลน์ ดังนั้นหากลูกค้าต้องการซื้อของสักชิ้น แล้วค้นหาด้วยคำใด ๆ หากเว็บไซต์ของเราอยู่อันดับต้น ๆ ก็จะสะดวกต่อลูกค้าในการค้นหานั้นเอง
  3. เข้าใจง่ายกว่าการเขียนในรูปแบบปกติ การเขียนแบบ SEO นั้นจะมีลำดับขั้นตอนเพื่อให้เข้าใจโดยคนและคอมพิวเตอร์ได้โดยง่าย แตกต่างการรูปแบบปกติซึ่งอาจวกวนและส่งผลต่อการเข้าใจเนื้อหาของผู้อ่าน
  4. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ การทำ SEO นั้นจะมีการลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อเชื่อมโยงการค้นหาซึ่งกันและกัน และเมื่อมีการเชื่อมโยงจึงมีแหล่งอ้างอิงข้อมูลทำให้ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นนั้นเอง
  5. ดีต่อการตลาดบนโลกออนไลน์ สังคมออนไลน์ในปัจจุบันเปิดกว้างและมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้นลำดับในการค้นหาจึงจำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก และเนื้อหาที่ดีอีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือจะได้รับความไว้ใจจากลูกค้ามากกว่าแบบธรรมดาหลายเท่าตัว

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลดี ๆ ที่ช่วยสนับสนุนว่าทำไมจึงควรเลือกใช้ SEO เข้ามาจัดการรูปแบบและเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นเอง หากวันนี้เว็บไซต์ของคุณยังไม่ได้จัดการเรื่องนี้ ก็รอช้าไม่ได้แล้ว

 

5 ข้อ ที่พึงระวังเมื่อคุณเริ่มออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเอง

บทความนี้ขอเอาใจทุกคนที่อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ทั้งสำหรับคนที่จะเริ่มเขียนเว็บไซต์ด้วยตนเองและใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปในการออกแบบเว็บไซต์ โดยที่บทความนี้จะมาตอบข้อสงสัยถึงสิ่งที่ต้องระวังเมื่อคุณเริ่มออกแบบเว็บไซต์เป็นครั้งแรก หรือคนที่ออกแบบมานานแต่ยังไม่มั่นใจก็ตามที ซึ่งข้อพึ่งระวังทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณน่าใช้งาน และเหมาะสมต่อการใช้งานกันกลุ่มลูกค้ามากยิ่งขึ้นนั้นเอง

  1. เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบจะต้องเหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งาน ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ต่าง ๆ มากมายจนนับไม่ถ้วน ซึ่งถูกแบ่งประเภทย่อยออกไปอีกตามความเหมาะสม ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มผู้ใช้งานเว็บไซต์แต่ละประเภทก็ย่อมแตกต่างกันออกไปด้วย ดังนั้นการที่จะออกแบบเว็บไซต์คุณจะต้องทราบก่อนว่ากลุ่มผู้ใช้งานของคุณคือใคร เพศอะไร อายุประมาณเท่าไหร่ มีความสนใจด้านอะไร และมีความสามารถในการเข้าถึงเว็บไซต์มากน้อยเพียงใด อาทิ เว็บไซต์ขายเครื่องสำอาง กลุ่มผู้ใช้งานคือผู้หญิงเป็นส่วนมาก กลุ่มอายุหลากหลาย ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ ควรเลือกสีโทนหวานและโชว์ผลิตภัณฑ์ให้เด่น
  2. อันดับในการค้นหาเว็บไซต์ตาม Keyword ไม่ควรต่ำกว่า 1 ใน 5 ของการเรียงลำดับในเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์นั้นส่งผลต่อลำดับในการค้นหา ซึ่งหากคุณต้องการให้เว็บไซต์อยู่ในลำดับต้น ๆ ของการค้นหา คุณควรออกแบบเว็บไซต์ตามหลัก SEO และมีลิงค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  3. เนื้อหาภายในจะต้องไม่วกวนและเข้าใจได้ง่าย ผู้ใช้งานนั้นต้องการความรวดเร็วในการทำความเข้าใจ และเนื้อหาของเว็บไซต์นั้น ควรคำนึงถึงไม่น้อยไปกว่าการออกแบบและตกแต่งเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับสารที่ถูกต้องภายในเวลาจำกัด อีกทั้งต้องดึงดูดให้ผู้อ่านอยากกลับมาใช้งานเว็บไซต์ในครั้งต่อไป โดยการเขียนรูปแบบเฉพาะนี้ หากคุณมีประสบการณ์ก็สามารถเขียนเองได้ หรือว่าจ้างนักเขียนบทความให้มาจัดการงานในส่วนนี้ได้เช่นกัน
  4. การเรียงลำดับหัวข้อและหน้าเว็บไซต์จะต้องไม่เข้าใจยาก ในหนึ่งเว็บไซต์นั้นจะมีหัวข้อต่าง ๆ อยู่มาก อีกทั้งยังมีหน้าย่อยลงไปอีก ซึ่งการเรียงลำดับความสำคัญและความสัมพันธ์ของแต่ละหน้าก็มีความสำคัญเพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใช้เว็บไซต์ได้อย่างลื่นไหล ผู้ออกแบบควรวางแผนโดยเริ่มออกแบบ Flow ของเว็บไซต์ ว่าผู้ใช้งานเข้ามาจะเจอสิ่งใดเป็นสิ่งแรก และเมื่อคลิกไปที่ส่วนนี้จะไปหน้าใดของเว็บไซต์
  5. การออกแบบต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ขององค์กร ข้อนี้เป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรหลงลืม เมื่อคุณเริ่มการออกแบบเว็บไซต์ เนื่องจากการที่เว็บไซต์มีภาพลักษณ์ที่ตรงกับองค์กร จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้มาก อาทิ คุณต้องการออกแบบเว็บไซต์ให้องค์กรด้านพลังงานทดแทน เว็บไซต์ที่คุณออกแบบควรแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติ โดยการใช้สีเขียวและสีขาวเข้ามาเป็นสีพื้นของเว็บไซต์ และมีหัวข้อเกี่ยวกับการทำประโยชน์เพื่อสังคมบนหน้าเว็บไซต์นั่นเอง

จากห้าข้อด้านบนจะแสดงให้เห็นว่าการออกแบบเว็บไซต์ที่ดีนั้น ไม่ได้ยากจนเกินไปสำหรับมือใหม่เลย แต่ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานมาจากความรู้ทางด้านการตลาด และสิ่งที่เรียกว่าความภักดีต่อแบรนด์