Author Archive: Blake J. Bissonette

แนะนำโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ที่ห้ามพลาด ใช้งานง่ายและได้ผลดี

                ถ้าพูดถึงเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีโปรแกรมที่จะช่วยในเรื่องของการออกแบบในเรื่องของ UI (User Interface) แบบคร่าว ๆ ก่อนที่จะส่งไปให้ทางทีม Back-EN ได้พัฒนาต่อ ในบทความนี้จะนำเสนอโปรแกรม เว็บไซต์ และตัวช่วยต่าง ๆ ที่ผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ไม่ควรจะพลาด

  • เริ่มจากโปรแกรมพื้นฐานที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันอย่าง Adobe Photoshop หลายโรงเรียนมีการเริ่มสอนวิธีการใช้งานของ Adobe Photoshop เพื่อใช้ในการตกแต่งรูปภาพ แต่งสี รวมไปถึงการออกแบบด้วยเช่นกัน สำหรับใครต้องการจะออกแบบหน้า UI ของเว็บไซต์แบบคร่าว ๆ ก่อน และจึงส่งให้ทีมเขียนตัวเว็บไซต์พัฒนาทีหลัง โปรแกรมนี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
  • ยังคงอยู่กับโปรแกรมของตระกูล Adobe อย่าง Adobe Dreamweaver เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบเว็บไซต์แบบจำลองโดยเฉพาะ ซึ่งตัวผู้ออกแบบไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเขียน HTML CSS หรือ PHP เองเลย เป็นหนึ่งโปรแกรมเริ่มต้นสำหรับนักออกแบบเว็บไซต์มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเขียนภาษาหรือฟังก์ชันต่าง ๆ ให้สามารถที่จะออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้
  • พัฒนาขึ้นมาจาก Dreamweaver หน่อย ขอแนะนำ Google Web Designer โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ไว้ใช้ในงานออกแบบเว็บไซต์ โดยทั่วไปมีฟังก์ชันการทำงาน และลักษณะการใช้งานที่คล้ายกับ Dreamweaver แต่อาจจะมีความต่างกันหน่อยตรงที่ Google Web Designer นั้นจะมีฟังก์ชันที่เหมาะทั้งคนที่ไม่มีความทางด้านการ Coding หรือจะเป็นคนที่ต้องการจะใช้ Code ในการออกแบบ โปรแกรมนี้มีรองรับให้ทั้งหมด
  • ย้ายฝั่งไปทาง iOS บ้างกับโปรแกรม Sketch โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์บนระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งเหมาะสำหรับการออกแบบ UI ของทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนมือถือ หรือจะเป็นการออกแบบไอคอน ข้อดีของเจ้าตัว Sketch นั้นก็คือเราสามารถโหลดปลั๊กอินต่าง ๆ ที่เราต้องการจะใช้งานเพิ่มเติมลงไปได้ หรือถ้าใครมีความสามารถมากกว่านั้นหน่อยก็สามารถที่จะเขียนปลั๊กอินเองเลยก็ยังได้ รวมไปถึงเรื่องของการทำงานจะเปรียบได้เหมือนกับ การนำเอา Adobe Photoshop กับ Illustrator มารวมกัน ซึ่งแน่นอนว่ามีความหลากหลายในการใช้งาน และใช้งานไม่ยากอีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือมีแค่ในระบบปฏิบัติการแบบ iOS เท่านั้น
  • Wix.com เว็บไซต์ที่เป็นเราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาในโฆษณาตามยูทูปหรือช่องทางต่าง ๆ เป็นโปรแกรมบนเว็บไซต์ที่จะช่วยให้การออกแบบนั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่ทำการ Drag and Drop ทุกอย่างตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็น text รูปทรงต่าง ๆ และเรายังสามารถที่จะเลือกใช้ Template ที่เขามีให้มากมายมาต่อยอดให้เป็นแบบของเราได้อีกด้วย สำหรับใครที่ถนัดในเรื่องของการ Coding และต้องการฟังก์ชันที่ในเว็บไม่มี ก็สามารถที่จะเลือกภาษาที่ถนัด และทำการเขียนฟังก์ชันนั้นได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

เหล่านี้ก็เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของเครื่องมือในการใช้เพื่อออกแบบเว็บไซต์แบบพื้นฐาน สำหรับมือใหม่ หรือจะเป็นมือเก่าที่ต้องการความเร็ว และสะดวกสบายหน่อย ก็สามารถที่จะเลือกใช้งานโปรแกรมเหล่านี้ได้เช่นกัน

 

หลักการดีไซน์เว็บไซต์ให้เหมาะสมตามประเภทธุรกิจ

                การดีไซน์เว็บที่ดี หน้าตาเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ  คนอื่นไม่สามารถรู้ได้ว่าเราใช้เวลาในการออกแบบนานขนาดไหน หรือภาษาอะไรเขียนขึ้นมา แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นคือหน้าตาของเว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ก็มีหลายประเภทแล้วแต่จุดประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บที่ขายของ เว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจ หรือเว็บเกม ซึ่งการออกแบบดีไซน์หน้าเว็บแต่ละประเภทต้องไม่เหมือนกัน และแต่ละตามประเภทนั้นมีความสวยงามที่แตกต่างกัน

เว็บไซต์แต่ละแบบก็มีหลักการการออกแบบ position ต่าง ๆ ของรายละเอียดเว็บ รวมไปถึงการใช้สีโทนต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้สึกตามเว็บไซต์ประเภทนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น

  • เว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจ เว็บลักษณะนี้ควรจะออกแบบอย่างเรียบง่าย ไม่มีรายละเอียดที่เยอะเกิน มี pattern ในการวางส่วนประกอบต่าง ๆ ให้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกล่องข้อความ ไอคอนต่าง ๆ แทบ Header Footer และรูปภาพ รูปทรงต่าง ๆ ควรจะเป็นเหลี่ยม สีที่ใช้ควรจะเป็นสีโทนอ่อน เช่นขาว ฟ้าอ่อน เทาอ่อน หรือดำ เนื่องเว็บไซต์ประเภทที่เกี่ยวกับธุรกิจนั้นจะมีลักษณะเรียบหรู เป็นทางการ และดูมีรูปแบบที่เป็นระเบียบและสวยงาม
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการศึกษาและเด็ก แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเด็กควรจะต้องมีสีสรรค์สดใส เช่นสีแดง เขียว เหลือง น้ำเงิน ชมพู เพื่อดึงดูดเด็ก ๆ ควรจะมีตัวการ์ตูนเป็นส่วนประกอบ รูปทรงต่าง ๆ ความเป็นทรงรี ดูอ่อนโยน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่ารักสดใส
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหนัง ส่วนใหญ่ลักษณะของเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหนังนั้นควรจะใช้สีในโทนเข้ม หรือเป็นสีที่มีความเกี่ยวข้องกับโรงหนัง เช่นสีดำ เหมือนกับความมืดในโรงหนัง หรือจะใช้สีแดงที่เปรียบเหมือน ผ้าม่าน เก้าอี้ หรือพรหมในโรงหนัง ทำให้คนที่เข้ามาเว็บไซต์เรารู้สึกเหมือนอยู่ในโรงหนัง นอกจากนั้นสีดำจะเป็นส่งที่ทำให้สีหรือภาพข้างหน้าโด่ดเด่นขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่เว็บไซต์หนังจะมีการวางโปรเตอร์ของหนังในเว็บไซต์เพื่อเป็นการโปรโมทหรือโฆษณา สีดำจะช่วยให้ดูดเด่นขึ้น
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวเทคโนโลยี เว็บไซต์ดีไซต์จะคล้าย ๆ กับเว็บไซต์ประเภทธุรกิจที่ใช้รูปทรงของส่วนประกอบต่าง ๆ เป็นเหลี่ยม ๆ และจะมีสีหลักเป็นสีฟ้าอ่อน สามารถประสมกับสีดำ หรือขาวได้แล้วแต่จะดีไซน์ จะทำให้ดูไฮเทค และดูเป็นเครื่องจักร
  • เว็บไซต์ประเภทโปรดักส์ เว็บไซต์ประเภทนี้เป็นเว็บไซต์ประเภทพิเศษที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวของโปรดักส์ เช่นสีโลโก้ ประเภทของสินค้า หรือธีมต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งของประเภทนั้น ๆ

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเว็บไซต์แต่ละประเภทจะมีข้อแตกต่างกันในการออกแบบ แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำเหมือนกันคือการเข้าใจถึงประเภทของเว็บไซต์ตนเอง เพื่อที่จะออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสม และดูน่าดึงดูดสำหรับคนที่สนใจในประเภทเว็บไซต์เหล้านี้

 

เว็บไซต์ดูหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีง่าย ๆ ที่บ้านคุณ

                ในยุคสมัยนี้ทุกคนมีทางเลือกมากมายในการดูหนัง หลายคนยังซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังในโรง หลายคนรอหนังออกโรง แล้วทำแผ่นเป็น Master ออกมาขาย หรือหลายคนรอโหลดหนังหรือดูหนังจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ดูหนังออนไลน์มากมายออกมา ซึ่งจะมีทั้งหนังที่เข้าที่ยังไม่เข้าในประเทศไทย หนังที่กำลังฉายอยู่ในโรง หรือหนังที่ออกโรงไปแล้วครบหมดทุกประเภท ซึ่งก็จะมีคุณภาพภาพและเสียงในหนังที่ต่างกัน ถ้าเป็นหนังที่ยังไม่เข้าประเทศไทย หรือหนังที่กำลังฉายอยู่ในโรง ก็จะมีคุณภาพภาพและเสียงที่ไม่ค่อยจะดีหนัก หรืออาจจะมีภาพที่ชัด แต่ใช้เสียงที่ไปอัดมาจากโรง แต่ถ้าหนังนั้นออกมาเป็นแผ่นแบบ Master แล้ว ภาพและเสียงก็จะคมชัดเหมือนในแผ่น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย

หลายคนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการดูหนังในโรง หรือหนังที่มีคุณภาพภาพและเสียงที่ดี แต่ต้องการที่จะดูเรื่องราวของหนังเท่านั้น หรืออีกประเภทนึงคือรอให้หนังออกมาเป็นแผ่น Master ก่อน และค่อยเข้ามาดูแบบออนไลน์ด้วยภาพและเสียงที่คมชัด แถมไม่เสียเงินอีกด้วย

ไม่ใช่แค่การดูหนังผ่านเว็บไซต์ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่หลายเว็บไซต์ในปัจจุบันมีการเพิ่ม Media player ไว้สำหรับให้ใช้งานได้มือถือแล้ว ขอแค่มือถือเป็นสมาร์ทโฟน ต่ออินเตอร์เน็ตได้ และมี Web Browser ก็สามารถเข้าไปดูได้แล้ว แต่หลายคนมีคำถามว่านี่คือสิ่งที่ดีและถูกต้องแล้วหรือไม่

เว็บไซต์ดูหนังออนไลน์มันดีจริง ๆ หรือ

คนส่วนมากคิดว่าการได้ดูหนังแบบออนไลน์บนเว็บไซต์แบบนี้ เป็นทางออกและข้อได้เปรียบต่าง ๆ นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย แต่ในความจริงแล้ว เว็บไซต์เหล่านี้กำลังทำผิดกฎหมาย เนื่องจากการนำเข้าหนังที่ยังไม่มีกำหนดฉายในไทย การนำกล้องเข้าไปบันทึกภาพในโรง หรือการนำไฟล์หนัง master มาอัพโหลดลงเว็บไซต์ของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด แม้หลายเว็บที่ถูกตามไล่ปิดไป แต่ก็ยังมีเหลืออยู่

นอกจากจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายเรื่องของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นการไม่ให้เกียรติกับคนที่สร้างหนังอีกด้วย การทำหนังขึ้นมาหนึ่งเรื่องใช้ทุนเป็นหลายล้านบาท เพื่อให้หนังที่ทำออกมามีคุณภาพและถูกใจคนดูมากที่สุด แต่ถ้ายังมีการกระทำแบบนี้อยู่ เหมือนเป็นการทำร้ายวงการภาพยนตร์ไปทุกที ยิ่งทุกคนดูหนังออนไลน์มากเท่าไร ภาพยนตร์ก็ขาดทุนไปมากเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเท่าที่ควร หรือสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฎิบัติการแบบเปิด อาจจะโดนไวรัสที่ติดมากับเว็บไซต์เหล่านี้ได้ เนื่องจากเว็บเหล่านี้เป็นเว็บที่ผิดกฎหมายและแอบทำกันลับ ๆ แน่นอนว่าไม่มีการยืนยันความปลอดภัยใด ๆ ได้แน่นอน ทำให้มีความเสี่ยงที่ระบบภายในของคอมพิวเตอร์จะผิดปกติอีกด้วย

ทางที่ดีที่สุดคือใช้บริการหรืออุดหนุนของที่ถูกลิขสิทธิ์ ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ แต่ถือสะว่าเป็นต้นทุนที่จะสนับสนุนให้มีการผลิตผลงานคุณภาพออกมาสู่สังคมต่อไป

 

Web Browser หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ ตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับเว็บไซต์

ถ้าพูดถึงอินเตอร์เน็ต สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ก็คือการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เรากับเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้เข้าถึงกันได้ แต่มีแค่อินเตอร์เน็ตกับเครื่องคอมก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ หากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Web Browser หรือโปรแกรมที่จะช่วยให้เราสามารถเข้าสู่หน้าต่างของเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ ทุกครั้งเวลาเราจะเปิดเว็บไซต์อะไรก็ตาม เราจำเป็นจะต้องเข้ามาที่ Web Browser และพิมพ์ URL ของเว็บที่ต้องการ จึงจะเข้าถึงเว็บไซต์นั้น ๆ ได้

แน่นอนว่าประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดคือสามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงตัวเว็บไซต์ได้ ต่อมา

คือฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่้ตัว Web Browser มีให้ ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะเป็นการดู history หรือประวัติการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยจะถูกเก็บเป็นวัน หรือเป็นเดือน ฟังก์ชันการดาวน์โหลดต่าง ๆ และ การบันทึกหน้าโปรด หรือ Favorite

นี่เป็นฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับการใช้งาน Web Browser ซึ่ง Web browser นั้นก็มีมากมายหลายตัวให้ได้เลือกใช้งาน แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

เลือก Web Browser ให้เหมาะกับตัวคุณ

                อย่างที่ทราบกันดีว่า Web Browser เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย แต่ส่วนใหญ่มองข้าม และคิดว่าใช้อันไหนก็ได้ มันก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันหมด แต่น้อยคนนักที่จะรู้ข้อดีข้อเสียของแต่ละอัน และเลือกอันที่เหมาะสมที่สุดมาใช้งาน ตัวอย่างเช่น

  • Internet Explorer เป็นอีกหนึ่ง Web Browser ในตำนานที่หลายคนใช้กันมากที่สุด ตั้งแต่คอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่นิยม แต่ตอนนี้ความนิยมก็ค่อย ๆ ลดลง ถึงแม้ว่าจะถูกพัฒนาขึ้นมาถึงปัจจุบัน แต่หลายคนก็ยังพบปัญหาในการใช้งานต่าง ๆ เช่น Responsive ที่ช้า อาจจะเพราะเป็นระบบปฎิบัติการที่ค่อนข้างเก่า และใช้ความสามารถของเครื่องมาก จึงทำให้การเข้าถึงต่าง ๆ ช้าลง สำหรับคนที่ไม่ชอบการวุ่นวายกับการลง Web Browser เพิ่ม และไม่กังวลถึงเรื่องความช้าเร็ว ก็สามารถใช้ Internet Explorer ที่มากับเครื่องที่มีระบบ ปฎิบัติการ Windows ได้เลย แต่ใครที่ต้องการความเร็วรวดในการเข้าถึง ไม่เหมาะที่จะใช้
  • Firefox Web Browser ที่ดีที่สุดในอดีต ด้วยระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี มี extension ให้

เลือกมากมาย และรองรับทุกระบบปฏิบัติการ แต่ข้อเสียคือการที่สามารถ Add extension เข้าไปได้เยอะ ทำให้ Ram และ CPU ถูกใช้งานอย่างหนัก รวมไปถึงการที่มีสระและวรรณยุกต์ที่ทับซ้อนกันในบางครั้งทำให้อ่านยากอีกด้วย นอกจานั้นยังมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องการฟังเพลงออนไลน์ ผู้ใช้งานไม่สามารถฟังเพลงออนไลน์ได้จาก Web Browser นี้ เนื่องจากบางเว็บไซต์เพลงบางเว็บเป็นระบบการทำงานแบบเก่า ซึ่ง Firefox จะไม่รองรับ แน่นอนว่าไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงออนไลน์ หรือต้องทำงานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา และคนที่ต้องทำงานกับเว็บไซต์ที่ใช้ระบบที่ค่อนข้างเก่า

  • Opera หลายคนไม่คุ้นชื่อ Web Browser นี้เลย เพราะไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยสักเท่าไร แต่ก็ถูกหลายคนจับตามอง ด้วยความสามารถในการประหยัดแบตเตอร์รี่ได้ถึง 50 เปอร์เซ็น และยังช่วยป้องกันโฆษณนาต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องลอง Extension อะไรเพิ่ม แต่ข้อเสียที่มีก็คือ เรื่องของรูปภาพที่แสดงในหน้าเว็บไม่ค่อยมีความคมชัด และเปลือง Ram พอ ๆ กับ Firefox ไม่เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการใช้ภาพ ตัดต่อ หรือต้องการความเร็วในการเข้าถึง
  • Safari Web Browser จากฝั่งของ OSX ที่มีการเข้าถึงที่รวดเร็ว รองรับ CSS มากมายที่อันอื่นไม่มีการรองรับ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี และการแสกนข้อมูลที่เร็วรวด แต่ปัญหาคือเรื่องของ Extension ต่าง ๆ ที่แทบจะไม่มี การ Streaming ที่ไม่ได้คุณภาพ รวมไปถึงการใช้ของงาน Ram และ CPU ที่หนักพอสมควร เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการความรวดเร็ว และรูปแบบการแสดงผลต่าง ๆ ที่สวยงาม ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการจะทำการ Add extension เข้าไป
  • Google Chrome ถือเป็น Web Browser ที่ได้รับความนิยมและเป็นสากลที่สุดในตอนนี้ การจากการกินพื้นที่ต่าง ๆ น้อย interface ที่สวยงาม และ Features ใหม่ ๆ ที่ทาง Google ได้พัฒนาขึ้น ทำให้ลบข้อเสียต่าง ๆ ของ Web Browser อื่นไปได้มากมาย แต่ก็ยังมีการติดปัญหาเล็กน้อยคือการรองรับภาษาไทยยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถือได้ว่าดีที่สุด และเหมาะสมกับความต้องการต่าง ๆ ในตอนนี้มากที่สุด

แม้จะมี Web Browser ให้เลือกใช้กันมากมาย สิ่งหนึ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลย นอกจากความสวยงามและความเร็ว นั่นคือ ความปลอดภัยต่อการใช้งานนั่นเอง เพราะบางคนนั้นใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้นการป้องกันตัวเองด้วยสแกนไวรัส และไม่เข้าเว็บแปลก ๆ ก็เป็นอีกกำแพงป้องกันได้อย่างดี

 

เว็บต้องห้ามที่ยั่วยวนชวนให้กด มีแต่เสียกับเสีย

                ปฎิเสธไม่ได้ว่ามีการกระทำผิดทางโลกอินเตอร์เน็ตมากมายหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์มาแบบรวดเร็วโดยที่ไม่เสียเงิน ซึ่งแน่นอนว่านั่นถือเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมาก ถึงทุกคนจะรู้แต่ก็มีคนที่กำลังทำอยู่มากมาย เนื่องจากการที่จะจับตัวผู้ที่กระทำผิดในโลกอินเตอร์เน็ตนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลาอย่างมาก ในอินเตอร์เน็ตนั้นอาจจะไม่มีข้อมูลจริงของคนที่กระทำผิดอยู่เลยก็เป็นได้ ซึ่งการกระทำผิดรูปแบบหนึ่งนั้นก็คือการทำเว็บไซต์ที่หลอกลวง คนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจมากพอเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตให้เข้าไปในเว็บไซต์และทำให้เกิดความเสียหาย ถือว่าเป็นเว็บต้องห้ามที่เป็นภัยร้ายที่น่ากลัวในยุคนี้

ถ้าให้แยกเว็บไซต์ต้องห้ามเหล่านี้คงมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่เห็นกันชัด ๆ จะเป็นจำพวกเว็บโฆษณาต่าง ๆ ที่เด้งมาข้าง ๆ จอ เชิญชวนให้เรากดเข้าไปดู ซึ่งอาจจะมีเว็บไซต์ที่ได้ทำการซื้อพื้นที่โฆษณามาจริง ๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นเว็บอันตรายเหล่านี้มากกว่า เว็บเหล่านี้จะทำการเข้าเครื่องของเราเพื่อดึงข้อมูล หรือ เข้ารหัสข้อมูลของเราในรูปแบบต่าง ๆ  ไม่ใช่แค่เว็บโฆษณาเท่านั้น ที่อันตรายยิ่งกว่าคือมีการให้โหลดโปรแกรม Crack แบบฟรี ๆ ซึ่งตัวโปรแกรมจริงมีราคาที่สูง หรือจะเป็นซอฟแวร์ ตัวช่วยทางลัดต่าง ๆ ที่เอาไว้กระทำผิดโดยเฉพาะ การโหลดหรือเข้าเว็บเหล่านี้ สิ่งที่จะได้ไม่ใช่ซอฟแวร์หรือ crack ที่คุณต้องการ แต่สิ่งที่จะได้คือ ไวรัสชนิดต่าง ๆ มากมาย โดยหลอกให้คุณ Run package ที่มีไว้ให้ จากนั้นเครื่องคอมของคุณก็จะตกเป็นเหยื่อไป

ไวรัส ส่วนใหญ่ที่จะเจอกันจากการเข้าเว็บไซต์หรือโหลดสิ่งต่าง ๆ จากเว็บไซต์เหล่านี้คือ Trojan ที่เป็น ไวรัส ที่หลายคนคุ้นเคย ภายนอกอาจจะดูธรรมดา แต่ความจริงแล้วมันสามารถสร้างความเสียหายมากมายให้กับเครื่องของคุณได้ โดยอาการที่อาจจะเกิดขึ้นมีดังนี้

  • การมี search engine แปลก ๆ ขึ้นมาเป็น default ในเว็บ browser
  • การเกิดจอฟ้า หรือเรียกกันว่า Blue Screen of Death ซึ่งจะทำให้เครื่องปิดตัวลงกระทันหัน
  • Safe mode บางตัวจะถูกปิดตัวลงอย่างอัตโนมัติ
  • มีการแจ้งเตือนจาก anti-ไวรัส แต่ไม่สามารถลบทิ้งได้
  • CPU ทำงานผิดปกติ

เหล่านี้เป็นอาการตัวอย่างที่เกิดจากไวรัสในเว็บไซต์เหล่านี้ แต่ก็มีคำถามเข้ามาว่าถ้าเราไม่ได้ดาวน์โหลดอะไร แค่เข้าไปดูในเว็บไซต์จะเป็นอะไรหรือเปล่า คำตอบคือมีสิทธิ์เป็นได้เช่นกัน บางเว็บไซต์ถูกตั้งค่าและเตรียมระบบไว้ เมื่อมีคนกดเข้าใช้งาน จะทำการส่ง ไวรัส เข้าเครื่องนั้น ๆ ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น เวลาผ่านไป เทคโนโลยีล้ำสมัยเกิดขึ้น การรับมือกับไวรัส เหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่ยากขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นควรจะแน่ใจว่าเว็บไซต์ที่เราเข้า ปลอดภัยและไม่มีการส่งไวรัสเพื่อมาทำลายเครื่องหรือนำข้อมูลของเราออกไป

 

Online Working Website การทำงานบนเว็บไซต์ที่ไม่ต้องลงโปรแกรมให้รกเครื่อง

                เมื่อทุกอย่างสามารถเข้าถึงและใช้งานได้ผ่านอินเตอร์เน็ต ทำให้การทำงานต่าง ๆ ง่ายขึ้นอย่างมาก โดยปกติแล้วการทำงานส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือในการทำงานประเภทต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากทำเอกสาร ที่เราคุ้นเคยกันแน่นอนก็คือ Microsoft Word ถ้าอยากทำตารางงานต่าง ๆ ก็ใช้ Excel หรือถ้าอยาก slide presentation แน่นอนว่าต้องใช้ PowerPoint รวมไปถึงโปรแกรมเฉพาะอื่น ๆ ที่ใช้กันแค่ในบริษัท เหล่าประเภทนี้โปรแกรมที่ต้องมีการ install ลงในเครื่องก่อนจะใช้งานได้ ถ้าเป็นพวก Microsoft Office ทั้งหลายคงไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไร เพราะทุกเครื่องน่าจะมีอยู่แล้ว แต่บางโปรแกรมที่เป็นโปรแกรมเฉพาะของบริษัทและถูก install ไว้แค่ในเครื่องของบริษัท ทำให้บางครั้งพนักงานไม่สามารถนำไปทำที่อื่นได้นอกจากต้องเข้าออฟฟิศ

แต่ในตอนนี้มีหลายบริษัทเริ่มที่จะทำการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้เป็นรูปแบบใหม่ นั่นก็คือการใช้ Online Working Website วิธีนี้จะสามารถทำให้พนักทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ และสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ โดยเริ่มจากการมี Online website ที่ทุกคนสามารถใช้งานได้กับทุกเครื่อง โดยไม่ต้องมีการ install ใด ๆ

ตัวอย่างที่เห็นกันได้ชัดเลยคือ Google Drive ถือเป็นอีกการเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งของการทำงานเลยก็ว่าได้ Google ได้ทำการนำโปรแกรมต่าง ๆ ที่บริษัทส่วนมากใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำเอกสาร ทำตารางงาน และการทำ slide presentation มาอยู่ใน Google Drive ซึ่งไฟล์จากการทำงานใน Google Drive ทั้งหมดจะถูกเซฟไว้ใน Drive ซึ่งมีพื้นที่เริ่มต้นให้ถึง 15 GB ทำไมไม่เปลืองที่ในเครื่อง และสามารถเข้าถึงไฟล์นี้ได้โดยใช้คอมพิวเตอร์เรื่องไหนก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถที่จะแชร์ไฟล์ให้กับใครก็ได้ที่เราต้องการ รวมไปถึงสามารถแก้ไขข้อมูลในไฟล์ได้ หลายบริษัทเริ่มที่จะทำงานผ่าน Google Drive กันแล้ว

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมหรือระบบต่าง ๆ ที่เข้าถึงได้โดยใช้เว็บไซต์เป็นตัวกลาง มีบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายที่เริ่มจะใช้ระบบนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการเอกสาร หรือ Document Management ทำให้เอกสารของบริษัททั้งหมดถูกรวมไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าถึงกันได้ โดยใช้งานผ่านเว็บไซต์ หรือจะเป็นระบบการทำแบบสำรวจหรือ template ในการทำงานต่าง ๆ ที่ทางบริษัทบังคับให้ใช้กัน โดยการใช้งานผ่านเว็บไซต์เช่นกัน ถือเป็นสิ่งที่สะดวกสบายและทำงานร่วมกันได้แม้จะอยู่กันคนละที่ ยิ่งไปกว่านั้นซอฟแวร์บางชนิดเปิดให้ใช้โปรดักส์ของเขาผ่านเว็บไซต์ได้เลย เช่นการแต่งภาพบนเว็บไซต์ แก้คำผิด ทำโลโก้แบรนด์ หรือ การตัดต่อวีดีโอ

 

รับออกแบบเว็บไซต์ อาชีพสำหรับเด็กยุคใหม่ที่ต้นทุนใช้แค่ความรู้

ณ ตอนนี้พูดได้เลยว่า มีหลายบริษัทที่รับออกแบบเว็บไซต์ จะสามารถเห็นได้มากมายตามเว็บไซต์ หรือประกาศตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นอาชีพเทรนด์ใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ดี โดยที่ไม่ต้องใช้ต้นทุนมากมาย ขอแค่มีความรู้ความเข้าใจในการออกแบบเว็บไซต์ ความรู้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนเว็บไซต์ หน้าตาของเว็บไซต์ ซึ่งต้องใช้ความรู้ด้านการเลือกใช้สีและด้านการออกแบบอื่น ๆ และตำแหน่งการวางส่วนประกอบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับประเภทเว็บไซต์ที่จะทำ ไม่ใช่แค่บริษัทที่เปิดรับทำเว็บไซต์เท่านั้นที่จะรับงานได้ เพราะในยุคนี้ความรู้เรื่องของการทำเว็บ มีหลักสูตรการสอนมากมายทั้งที่โรงเรียน คณะคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัย หรือสื่อโซเชียลต่าง ๆ จึงมีหลายคนที่สนใจ และศึกษาด้านนี้เพื่อนำมาใช้งานสร้างรายได้

เด็กสมัยนี้ต่างจากเด็กสมัยก่อน เพราะเด็กสมัยนี้มีโอกาสเข้าถึงความรู้ต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีได้เร็วกว่าเด็กสมัยก่อน ทำให้ทั้งความรู้และความคิดต่าง ๆ พัฒนาไปเร็วและมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าอีกด้วย ดังนั้นไม่แปลกที่เราจะเห็นกลุ่มเด็กนักศึกษาที่เรียนไปด้วย รับทำเว็บไซต์ไปด้วย เพื่อเป็นการหารายได้เสริม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งสำคัญสำหรับบริษัทรับทำเว็บนั้น เนื่องจากด้วยความที่เป็นเด็กนักศึกษารับทำ ค่าบริการต่าง ๆ นั้นถูกกว่า แต่ผลงานที่ได้นั้นใกล้เคียงหรือดีกว่าบริษัทที่รับทำบางแห่งเสียอีก ทำให้หลายคนสนใจที่จะติดต่อให้กลุ่มวัยรุ่นพวกนี้ทำงานให้

แน่นอนว่าถ้าพูดเรื่่องของค่าตอบแทนนั้น มีแต่ได้กับได้ เนื่องจากไม่ต้องมีเงินทุนที่จะเสียอยู่แล้ว ต่อให้ได้เงินค่าตอบแทนมาเท่าไร นั่นถือเป็นกำไรของเราทั้งนั้น นอกจากจะได้รับเงินค่าตอบแทนแล้ว ยังสามารถนำผลงานเหล่านี้ไปทำเป็น portfolio เพื่อเก็บไว้ใช้ในเวลาที่ต้องสมัครงาน ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก

แต่ก็ไม่ใช่แค่บริษัท หรือกลุ่มนักเรียนเท่านั้นที่มีการรับออกแบบทำเว็บไซต์ ยังมีบริษัทที่ได้พัฒนาโปรแกรมที่ช่วยในการออกแบบเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเองออกมาในรูปแบบของ drag and drop หรือการลากวางนั่นเอง นอกจาก component ต่าง ๆ จะถูกออกแบบโดยตัวผู้ใช้เองแล้ว ยังสามารถคัดลอกโค้ดที่เป็นฟังก์ชันต่าง ๆ มาผสมผสานในตัวงานที่กำลังออกแบบอยู่ได้เช่น นำโค้ด HTML ที่ทำให้ตัวหนังสือวิ่งจากทางขวาของจอไปทางซ้ายของจอได้ เป็นการผสมผสานระหว่าง template ของตัวโปรแกรมกับการ customize ของผู้ใช้งานเอง

นอกจากนี้ ก็มีแค่ค่าใช้จ่ายแค่ในการทำงาน Back-EN ของเว็บไซต์เท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีหลายแบรนด์ที่เปิดตัวโปรแกรมประเภทนี้ออกมา เป็นคู่แข่งอีกหนึ่งคนที่น่ากลัวมากในวงการธุรกิจรับบออกแบบเว็บไซต์ในยุคนี้ และมีแววว่าจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอีกด้วย

 

การออกแบบเว็บไซต์แบบเบื้องลึกที่น่ารู้ ประโยชน์สำหรับคนเขียนเว็บทั้งหลาย

                หนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องมีในการออกแบบอย่างละเอียดนั้น ก็คือลักษณะการทำงานของระบบเว็บไซต์ ซึ่งได้มีการพัฒนาระบบการทำงานมามากมาย ถือเป็นทางเลือกให้นักออกแบบทั้งหลายได้ใช้กัน เริ่มจากยุคแรกของการออกแบบเว็บไซต์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น และนิยมใช้กันอย่างมาก นั่นคือการใช้งาน HTML, CSS, หรือ PHP ในการทำงานเว็บไซต์ โดยที่ระบบการทำงานทั้งหมดจะอยู่ที่ Server

ผู้ใช้งานจะเข้ามาใช้งานเว็บไซต์เรา จากนั้นเว็บไซต์เราจะทำการขอคำร้องต่าง ๆ ไปที่ server เพื่อให้ server ส่งข้อมูลกลับมา ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งมาและนำไปไว้ในรูปแบบของ HTML บนเว็บไซต์ที่เราเห็นกัน โครงสร้างการทำงานแบบนี้มีข้อดีคือมีระบบดี ๆ ให้เลือกใช้มากมาย และราคาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีราคาถูก แต่แน่นอนว่า Server จะถูกใช้งานอย่างหนัก

เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้มีการพัฒนาอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา คือการใช้ JavaScript เป็นตัวกลางระหว่าง Server กับ Web browser มีหน้าที่ทำให้จัดการการดังข้อมูลต่าง ๆ และแสดงผลข้อมูลให้ง่ายขึ้น โดยเริ่มจากการที่ผู้ใช้งานส่ง request ไปที่ web browser จากนั้น web browser จะส่งข้อมูลไปที่ server และถูกเก็บใน Database จากนั้นก็จะทำการส่งกลับมาจาก Database กลับมาถึง Web browser เป็นทอด ๆ ไป วิธีนี้ทำให้มีการโหลดเว็บเพื่อแสดงผลมีความเร็วมาก และลดจำนวนภาษาที่จำเป็นลง เพราะ JavaScript นั้นสามารถเป็น Server ได้แล้ว โดยการใช้ NodeJS แต่มันจะใช้งานลำบากสำหรับคนที่ต้องการที่ไม่ค่อยต้องการที่จะศึกษาระบบการทำงานแบบใหม่ ๆ ซึ่งในระบบโครงสร้างการทำงานรูปแบบนี้มีหนึ่งสิ่งใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือ React

React การทำเว็บไซต์รูปแบบใหม่ สำหรับคนยุคใหม่

React ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้กับโครงสร้างการทำงานแบบนี้โดยเฉพาะ ถือเป็น JavaScript Library ซึ่งตอนนี้ถูก

พัฒนาออกมาใช้งานได้ในการทำแอปพลิเคชันที่เรียก React Native อีกด้วย เป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ ซึ่ง React นั้นมี concept ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย และจะมีประโยชน์มากสำหรับคนที่มีความเข้าใจเรื่องในการเขียน JavaScript ตอนนี้มีมหาวิทยาลัยหลายที่เริ่มสอนวิธีการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์แบบใหม่นี้ แทนการทำโดยใช้ HTML ที่เชื่อมต่อกับ Server โดยตรง

แต่ไม่ใช่ว่าการออกแบบการทำงานของเว็บไซต์แบบแรกนั้นผิด ปัจจจุบันก็ยังมีคนที่ใช้งานแบบนี้อยู่ แต่การทำเว็บไซต์แบบใหม่โดยใช้ React นั้นเป็นแค่อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการให้มีการทำงานเว็บไซต์ที่ง่ายขึ้น รวมไปถึงเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้ทันโลก ที่สำคัญคือเลือกรูปแบบที่เหมาะที่สุดและสามารถใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าเราไม่เชี่ยวชาญกับสิ่งใหม่ และไม่ทำการศึกษาก่อน แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นมีแค่เสีย แต่ถ้าเราชำนาญกับระบบแบบเดิมมากกว่า และยังใช้มันต่อไป แน่นอนว่าสิ่งที่ได้มานั้นมีคุณภาพมากกว่าแน่นอน

 

ใช้งานได้ดีจริงหรือ Template เว็บไซต์ หน้าเว็บสำเร็จรูปที่ไม่จำเป็นต้องออกแบบ

                หลาย ๆ ครั้งที่เรามีความรู้เรื่องของการเขียนเว็บ และออกแบบฟังก์ชันต่าง ๆ เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราไม่ได้เชี่ยวชาญหรือมีความรู้ด้านการออกแบบเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากของเว็บไซต์ เราก็ไม่สามารถทำเว็บไซต์ให้สมบูรณ์ได้ เป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดสำหรับคนที่ต้องการจะเขียนเว็บเอง แต่ไม่มีความรู้ในด้านการออกแบบ UI (User Interface)

ในตอนนี้มี source หลายแห่งที่เริ่มมีการปล่อย template ต่าง ๆ ออกมาให้ดาวน์โหลดกัน ไม่ว่าจะเป็น template สไลด์ของ Microsoft PowerPoint รูปแบบเอกสารของ Word Template ของแอปพลิเคชัน หรือ Template ของเว็บไซต์รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งการใช้ Template เว็บไซต์ต่าง ๆ ก็มีมีข้อดีอยู่มากมาเช่น

  • ผู้ใช้งานจะได้ UI ที่ดีดู เหมาะสม และลงตัวอย่างมาก เนื่องจาก template ที่ได้มีการออกแบบไว้ให้เราได้เอาไปใช้งานนั้น ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมากจากคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ซึ่งทั้งเรื่องของสี Header หรือ Footer ต่าง ๆ จะถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกันอย่างลงตัว
  • มี Template ให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับประเภทของเว็บไซต์ที่เราต้องการจะสร้าง ซึ่งในแต่ละประเภทก็จะมีการแบ่งแยกย่อยเป็นสไตล์ไปอีก ทั้งเรื่องของสี ฟอนต์ และจากจัดวางต่าง ๆ
  • มีการปล่อยให้โหลด template ได้ฟรี รวมไปถึงบางเว็บไซต์สามารถนำมา customize ต่อได้
  • ส่วนใหญ่สามารถ preview template ก่อนที่โหลดได้ เพื่อช่วยผู้ใช้งานในการตัดสินใจก่อนจะนำไปใช้
  • มีการอัพเดทตัว template ใหม่ ๆ อยู่ตลอดทุกปีให้ทันสมัยและน่าใช้งานอยู่ตลอดเวลา

นับกันจริง ๆ แล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวก และมีประโยชน์ต่อนักพัฒนาเว็บไซต์อย่างมาก แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะมีข้อดีเสมอไป และไม่มีอะไรที่ได้มาฟรี ๆ จริงอยู่ที่ template ขนิดต่าง ๆ มีให้โหลดอยู่ทั่วไปในเว็บไซต์ แต่ก็มีขั้นตอน หรือความยุ่งยากอยู่ ถือว่าเป็นข้อเสียของการโหลด template ตามเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น

  • การที่จะโหลด template แบบฟรี ๆ ตามที่หน้าเว็บบอกไว้นั้น มีอยู่น้อยมากที่จะปล่อยให้โหลดฟรี จริง ๆ มันเป็นการโฆษณาให้คนสนใจและเข้ามาชมเว็บ จุดประสงค์คือการขาย template ซึ่งอาจจะมีให้เลือกดู หรือ preview ดูได้ก่อน หลังจากนั้นก็ให้ดาวน์โหลด แต่มีเงื่อนไขคือต้องจ่ายเงินเท่านี้ ๆ ก่อน จึงจะโหลดได้
  • ถ้าเป็นเว็บที่มีการปล่อยให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดได้ ก็จะเป็นลักษณะของตัวทดลอง หรือเป็น template ขั้นพื้นฐาน ที่จะไม่มีรายละเอียดอะไร มีแค่สีกับ ตำแหน่ง Header Footer ของเว็บที่ให้มาเท่านั้น ถ้าอยากได้แบบที่ดูใน preview ก็ต้องจ่างเงินเช่นกัน
  • ถึงแม้จะดาวน์โหลดได้ แต่อาจจะมีการติดลายน้ำของชื่อเว็บไซต์นั้นไว้ เพื่อไม่ให้สามารถเอาไปใช้งานจริงได้

อย่างที่กล่าวไปว่าข้างต้นว่าการใช้ template ที่ถูกออกแบบมาแล้วนั้นย่อมดีกว่าการออกแบบหน้าเว็บที่ต้องนำไปใช้งานจริงด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างไร ถ้าอยากที่จะได้หน้าเว็บดี ๆ สวย ๆ แต่อาจจะไม่ต้องจ้างคนออกแบบที่มีค่าใช้จ่ายพอสมควร เราสามารถซื้อ template เหล่านี้มาใช้ได้ แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายในการซื้อ แต่ส่วนใหญ่ถูกกว่าการจ้างคนมาออกแบบ หรือถ้าใครที่ไม่ได้ซีเรียสอะไร แค่ใช้ในการศึกษาหรือลองฝึกทำ ก็สามารถโหลดจากเว็บที่มีให้โหลดฟรีได้ แต่อาจจะไม่สวยและขาดรายละเอียดต่าง ๆ ไป รวมไปถึงลายน้ำของเว็บไซต์ที่ให้ ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน

 

Bootstrap Framework ตัวช่วยชั้นดีของคนทำเว็บไซต์สมัยใหม่

คนที่เป็น website developer (ผู้พัฒนาเว็บไซต์) ไม่มีใครไม่รู้จัก HTML ภาษาที่ใช้สร้างเว็บไซต์ที่ใช้กับทั่วโลก รวมไปถึง CSS Component ที่ใช้ในการตกแต่งหน้าเว็บให้ดูมีสีสันและออกมาเป็นสไตล์ที่ต้องการได้ หรือบางฟังก์ชันอาจจะมีการใช้ JavaScript เขียนฟังก์ชันออกมา เรื่องเหล่านี้คนทำเว็บคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นสิ่งที่ฝึกทำกันตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนถึงการทำเว็บขายเป็นอาชีพ แต่ยุคที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาไปไกลแบบปัจจุบันนี้ สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสังคมและวงการธุรกิจ เนื่องจากผู้คนเลือกใช้สมาร์ทโฟนในการทำทุกอย่าง แม้กระทั่งการเข้าเว็บไซต์ ซึ่งปัญหาของการเขียนแบบเก่าเกิดขึ้นตรงที่ Font-EN (หน้าตาของเว็บไซต์) ไม่ตอบสนองต่อหน้าจอขนาดต่าง ๆ ของสมาร์ทโฟนหรือสมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ

ผลที่ได้ก็คือ format ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม เวลาเปิดเว็บไซต์เคลื่อนที่จนเสียรูปแบบ

หรือถูกบีบจนไม่เป็นทรง เมื่ออยู่บนสมาร์ทโฟน นอกจากผู้ใช้งานจะเห็นหน้าตาที่ประหลาดของเว็บไซต์แล้ว ปุ่มการใช้งานต่าง ๆ ก็ยากที่จะหาเจอได้ เป็นข้อเสียที่น่าเป็นห่วงพอสมควร ด้วยเหตุนี้ Bootstrap จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น framework ทางเลือกอีกอัน ที่จะสามารถแก้ไขปัญหา Web Responsive Design (การออกแบบหน้าตาของเว็บให้ตอบสนองเข้ากับทุกอุปกรณ์) ได้

Bootstrap ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทที่หลายคนในโลกใช้งานโซเชียลมีเดียที่บริษัทนี้เป็นคนสร้างอยู่ นั่นคือ Twitter นั่นเอง และยังถูกพัฒนาต่อเรื่อย ๆ จากทั่วทุกมุมโลก โดย Twitter เล็งเห็นถึงปัญหาในด้านการแสดงผลหน้าตาของเว็บไซต์ รวมไปถึงเทรนของการใช้สมาร์ทโฟนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจทำ Bootstrap ที่เป็น framework ที่รวม HTML CSS และ JavaScript รวมอยู่ด้วยกัน โดยตามหลักแล้วการทำงานในลักษณะ coding หรือการ design ต่าง ๆ นั้นจะมีแนวทางการทำและการออกแบบที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นอาจจะทำให้เกิดความสับสนขึ้นเวลาทำงานร่วมกัน Bootstrap จึงเป็นอีกตัวที่ช่วยให้ทุกคนทำตาม framework ที่กำหนดไว้ และให้งานออกมาไปในทิศทางเดียวกัน

หลายคนอาจจะสงสัยหรือมีความคิดว่า นี่เป็นเทรนใหม่ที่เข้ามา มันต้องยากหรือซับซ้อนมากแน่ ๆ แต่ความจริงแล้วไม่ได้มีอะไรที่ยากเลย ถ้าเขียนแบบใช้ HTML แบบปกติได้ ก็สามารถที่จะเขียน Bootstrap ได้ เนื่องจากหลักการทำงานหรือ component ต่าง ๆ แทบที่จะไม่ต่างกับการเขียนเว็บแบบเดิมเลย แต่สามารถทำให้เว็บที่เขียนนั้นออกมามี format ที่ถูกต้องและเป็น Responsive Website ได้ ที่สำคัญคือเป็น framework ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ สามารถโหลดตัว Bootstrap มาใช้ได้จากเว็บไซต์แบบฟรี ๆ ได้เลย รวมไปถึงการ install หรือส่วน extension ต่าง ๆ ก็ไม่มีค่าใช้จ่าย และมีวิธีการที่ไม่ซับซ้อน เป็นอีกหนึ่ง framework ที่มาแรงแซงทางโค้งอย่างมาก ที่นักพัฒนาเว็บไซต์ทั้งหลายควรนำไปใช้ เพื่อให้เว็บไซต์มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น