Author Archive: Blake J. Bissonette

เว็บไซต์ในอนาคตกำลังจะเป็นอย่างไร รูปแบบ WEB 4.0 แห่งโลกอนาคต

                เว็บไซต์นั้นได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างมากในแต่ละช่วงเวลา เริ่มต้นตั้งแต่เว็บไซต์ยังเป็นแค่การให้ข้อมูลทางเดียว หรือที่เรียกว่า One Way Communication ผู้คนที่เข้ามาในเว็บไซต์ประเภทนี้จะเจอข้อมูลที่เจ้าของเว็บเป็นคนกำหนดขึ้นเองทั้งหมด และไม่สามารถที่จะทำการสื่อสารอะไรกันได้ ซึ่งจะถูกเรียกว่า WEB 1.0 ซึ่งอยู่ในช่วงปีระหว่าง 1990-2000 และค่อยพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ เป็น WEB 2.0 และ WEB 3.0 ตามลำดับ ซึ่ง WEB 2.0 นั้นอยู่ในช่วง 2000-2010 เป็นยุคที่เริ่มเป็นการสื่อสารแบบสองทาง และเริ่มที่จะมีโซเชียลมีเดีย ทุกคนสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ โพสต์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ตนเองต้องการจะแชร์ ในช่องทางต่าง ๆ ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถที่จะใส่ข้อมูลลงไปในเว็บไซต์ได้เช่นกันนั่นเอง

จนมาถึงยุคของ WEB 3.0 ที่อยู่ในช่วง 2010-2020 ถือเป็นยุคที่เว็บไซต์เริ่มมีความฉลาดมากขึ้น และสามารถเรียนรู้ได้จากการคาดเดาพฤติกรรมต่าง ๆ และสามารถที่จะรู้ความต้องการของผู้ฝใช้งานได้มากขึ้น รวมไปถึงมีการสร้างความสัมพันธ์กับแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ให้มาเป็นเครือข่ายเดียวกันได้อีกด้วย ถือว่าเป็นยุคที่เราอาศัยกันอยู่ ทีนี้ลองมาดู WEB 4.0 ที่กำลังใกล้เข้ามาแล้วในช่วงปี 2020-2030 ว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

แนวทางเว็บไซต์ในอนาคต กับความอัจฉริยะที่คาดไม่ถึง

                เราอาจจะเคยเห็นในข่าวมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องของโครงการการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ หรือหุ่นยนต์ที่มีความสามารถคล้ายกับคน นั่นเป็นสัญญาณที่กำลังจะบอกว่าเรากำลังจะเข้าสู่ยุคของ WEB 4.0 อย่างเต็มตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยจะมีการนำ AI หรือ Artificial Intelligence เรียกง่าย ๆ ว่าสมองกลในการเข้ามาช่วยในเรื่องต่าง ๆ นอกจากจะเรียนรู้พฤติกรรมแล้ว ยังสามารถที่จะเอาข้อมูลเหล่านั้นมาคำนวณและหาผลลัพธ์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการ และเลือกที่จะแสดงข้อมูลเหล่านั้นให้กับผู้ใช้งานนั้น ๆ ได้อย่างอัตโนมัติ รวมไปถึงการใช้งานใน platform ที่หลากหลายมากขึ้นในเกือบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์บนโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์ที่เป็น Smart TV ก็สามารถที่จะเข้าถึงตัวเว็บไซต์ได้

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะได้พบกับเว็บไซต์ที่มีการประมวลผลอย่างอัจฉริยะ และแม่นยำมากขึ้น รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ ในการใช้งาน เราจะอยู่ในยุคของข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ ใครที่มีข้อมูลและการประมวลที่แม่นยำและตรงกับลูกค้า หรือผู้ใช้งานมากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ถือเป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกหนึ่งจุดเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีเว็บไซต์ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Chabot บนเว็บไซต์ การทำ Data analytic ของเว็บไซต์

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมันส่งผลมากต่อด้านของธุรกิจ และการแข่งขันต่าง ๆ ยิ่งเราปรับตัวและใช้งานเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงนี้มากเท่าไร เราก็ยิ่งจะได้เปรียบมากกว่าคนอื่นเท่านั้น เราต้องเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และก้าวนำคนอื่นให้ได้ก่อน เพื่อให้เราได้ก้าวต่อไปได้ในโลกอนาคต

 

เรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับการจด Domain Name และ รายละเอียดเรื่อง Web Server

                ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ส่วนตัวไปจนถึงเว็บไซต์สำหรับองค์กรหรือบริษัทใหญ่ ๆ ที่ต้องการจะให้มีคนเข้าถึงได้จริง ๆ จำเป็นที่จะต้องมีการจด Domain Name เป็นของตัวเอง ความหมายคร่าว ๆ ของ Domain Name มันก็เปรียบเสมือนชื่อของเว็บไซต์ของคุณ หรือของบริษัทที่คนจะไว้ใช้ในการเข้าถึง ซึ่งไม่สามารถที่จำซ้ำกับคนอื่นได้ เนื่องจากจะมีปัญหาในตอนที่ผู้เข้าทำการค้นหาเพื่อเข้าถึง อาจจะเกิดการสับสนได้ เราสามารถเห็นเจ้าตัว Domain Name ได้จากตัวชื่อของเว็บไซต์ ที่จะลงท้ายด้วย .com .co.th หรือ .io เป็นต้น

ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถที่จด Domain Name เป็นของตัวเองได้ อย่างที่ได้กล่าวข้างต้นว่าใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของเว็บไซต์ของตัวเองได้ทั้งนั้น โดยการจด Domain นั้นมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ไม่เกิน 20 เหรียญต่อปี หรือแปลงเป็นเงินบาทไม่เกิน 300 บาทต่อปีเท่านั้น แต่สิ่งที่น่ากังวลมันอยู่ที่การเลือกชื่อที่จะใช้มาเป็น Domain Name มากกว่าว่าจะใช้ชื่ออะไรที่จำง่าย เชื่อมโยงกับตัวเนื้อหาด้านในเว็บไซต์ของเรา และต้องไม่ซ้ำกับผู้อื่น ถือเป็นเรื่องยากพอสมควร ณ ตอนนี้มีเว็บไซต์มากมายนับไม่ถ้วน และครอบคลุมทุกสิ่งไปหมดแล้ว ดังนั้นนี่เป็นอีกโจทย์ที่เราต้องคิดและทำการบ้านให้ดี ถ้าตั้งใจว่าจะใช้เว็บไซต์นี้ในระยะยาว วิธีการจด Domain Name มีดังนี้

  • ทำการหาบริษัทที่เปิดรับให้จด Domain Name (อาจจะเข้าไปที่เว็บไซต์ของเขา หรือจะติดต่อสอบถามเรื่องรายละเอียดวิธีการในการจด)
  • ทำการใส่ชื่อ Domain Name ที่เราคิดไว้ และทำการค้นหาเพื่อเช็คว่าซ้ำกับของใครหรือไม่
  • เมื่อได้ชื่อ Domain Name ที่ใช้งานได้แล้ว ก็ทำการตรวจสอบอีกครั้ง
  • ดำเนินการชำระเงินตามกระบวนการของเว็บไซต์ที่เราจดด้วย

Web server แต่ละประเภทที่ควรจะรู้ไว้ เพื่อการใช้งานที่เหมาะสม

                เมื่อเรามีชื่อเว็บไซต์เรียบร้อย ก็จำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่สำหรับเว็บไซต์ของเรานั่นก็คือ Web Server หรือหลายคนอาจจะคุ้นกับชื่อ Web Hosting นั่นเอง ซึ่งเราสามารถที่ซื้อพื้นที่ของในการใช้งานเว็บไซต์ของเราก็ได้ หรือจะทำการเช่าก็ได้ จากนั้นก็มาทำการเลือกประเภทของ Web Hosting ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเว็บไซต์ของเรา โดย Web hosting นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ

  • Shared Hosting เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเว็บไซต์ที่ไม่ได้ต้องการความเสถียรอะไรมาก ไม่มีข้อมูลสำคัญ หรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก เนื่องจาก Shared Hosting เป็นพื้นที่สำหรับเว็บไซต์ที่มีราคาที่ถูกมาก แต่สิ่งที่มากับความถูกนั้นก็คือการใช้งานรวมกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เป็น Shared Hosting เหมือนกัน ดังนั้นถ้าเกิดปัญหา เรามีสิทธิ์ที่จะได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการแชร์พื้นที่การใช้งานกันอยู่ หรือใช้พื้นที่เดียวกันนั่นเอง
  • Could Hosting หรือเราจะเรียกว่า Private Hosting ก็ได้ เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการความปลอดภัยที่มากกว่า Shared Hosting ไม่ต้องการแชร์พื้นที่กับใคร มีการ customize หรือดัดแปลงที่ง่าย แต่ก็ตามมาด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง และการใช้งานที่ค่อนข้างซับซ้อนกว่าตัว Shared Hosting

ลองสังเกต และประเมินเว็บไซต์ของคุณดูว่าต้องการจะให้มีลักษณะอย่างไร หรือจุดมุ่งหมายจริง ๆ คืออะไร การเลือกชื่อในการจด Domain ควรจะเป็นอย่างไร และมีทุนมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้งานรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกต้อง และเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณที่สุด

 

ออกแบบเว็บไซต์ที่ไหนก็ได้ไม่ต้องมีคอมพิวเตอร์ ใช้แค่สมาร์ทโฟนก็พอแล้ว

                หลายคนนึกภาพว่าการออกแบบเว็บไซต์นั้น จำเป็นจะต้องมีคอมพิวเตอร์ โปรแกรม หรือตัว code generator ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการออกแบบรูปร่างหน้าตาของเว็บไซต์ ทำการวางระบบและลงมือเขียนโค๊ตขึ้นมาเพื่อให้เว็บไซต์สามารถใช้งานได้จริง แต่แน่นอนว่าถ้าไม่คอมพิวเตอร์ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากเอากระดาษมาวาดออกแบบตัวหน้าตาเว็บไซต์คร่าว ๆ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ณ ปัจจุบันมีทางเลือกให้ผู้ที่ต้องการจะทำเว็บไซต์ขึ้นมา โดยที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ก็สามารถทำได้

อาจจะมีคนที่นึกถึงพวก Code Generator ที่เปิดให้ซื้อมาใช้งานบนมือถือ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่อยู่ดี สิ่งที่จะนำเสนอในบทความนี้ก็คือ SimpleDifferent แอปพลิเคชันบนมือถือที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้าไปสร้างเว็บไซต์ใช้งานเองได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงแค่มีสมาร์ทโฟนเท่านั้น

แอปพลิเคชันสำหรับคนออกแบบเว็บไซต์ ความสะดวกสบายที่เบากระเป๋า

                หลายคนที่จำเป็นต้องเดินทาง หรือทำกิจกรรมที่ไม่อยู่กับที่สักเท่าไร แต่มีงานที่จำเป็นต้องออกแบบหรือสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา แนะนำให้ลองโหลดเจ้าแอปพลิเคชัน SimpleDifferent ตัวนี้มาลองใช้งานดู เป็นแอปพลิเคชันที่มีทั้ง Android และ iOS ให้ได้โหลดมาใช้งานกัน มันเป็นแอปพลิเคชันที่ไว้สำหรับใช้ในการออกแบบเว็บไซต์ที่มีข้อดีมากมาย

  • สามารถแก้ไขและปรับปรุงตัวเว็บไซต์ได้จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของคุณ
  • ไม่ต้องติดตั้งหรือมีการเขียนโค๊ตใด ๆ
  • มีลักษณะการใช้งานที่ง่าย และไม่ซับซ้อน
  • ไม่มีการทำโฆษณาใด ๆ ลงบนเว็บที่คุณสร้าง
  • ไม่มีข้อจำกัดต่าง ๆ ทางเทคนิค

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ระบบการทำงานของตัวแอปพลิเคชันนั้นไม่ยุ่งยากและซับซ้อนเลย จะมีไอคอนต่าง ๆ ที่สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย การออกแบบและตกแต่งก็สามารถทำได้แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส มีโหมดการใช้งานมากมายให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้กัน รวมไปถึงคู่มือการใช้งานต่าง ๆ ที่เราสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ ถือเป็นช่องทางที่ใช้ในการออกแบบได้ดี รวดเร็ว และสะดวกสบายมาก นอกจากนี้ทาง SimpleDifferent ยังมีการให้เช่า Web Hosting หรือ Web Server ที่ราคาที่ไม่แพงมากอีกด้วย เวลาที่ต้องการจะใช้งานก็แค่ล็อกอินเข้าไปใน Account ของเรา และเริ่มทำการเลือกฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ทันที ไม่ว่าจะสร้างเว็บใหม่ แก้ไขเว็บไซต์ของเรา หรือจะเป็นเรื่องของการตั้งค่าความปลอดภัยและรายละเอียดของ feedback และการขอความช่วยเหลือต่าง ๆ

เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่สายออกแบบเว็บไซต์ไม่ควรพลาด นอกจะมีเรื่องของความสะดวกสบายแล้ว ใคร ๆ ก็สามารถที่จะทำได้ เรียนรู้ได้ไม่ยาก เนื่องจากทาง SimpleDifferent ได้ออกแบบลักษณะการใช้งานให้ง่าย และรวดเร็วอีกด้วย สำหรับใครนักออกแบบหรือพัฒนาเว็บไซต์คนไหนที่ยังไม่มี รีบไปหาโหลดมาลองใช้กันเลย

 

การทำ Persona กับการออกแบบเว็บไซต์ ปัจจัยแห่งการออกแบบที่โดนใจลูกค้ามากที่สุด

                HMTL CSS เป็นหน้าตาของเว็บไซต์ที่จะแสดงให้ลูกค้าหรือผู้ใช้งานเห็น เป็นเครื่องมือที่ไว้ใช้สร้างรูปแบบลักษณะของเว็บไซต์ หรือที่เราเรียกกันว่า Interface เป็นขึ้นตอนหลังจากที่ได้ final draft ของเว็บไซต์ที่ต้องการจะสร้างมาแล้ว จึงเริ่มที่จะ Coding โดยใช้ภาษาเหล่านี้ แต่ก่อนหน้านั้นเราก็ต้องทำการออกแบบหน้าตาให้พอใจเสียก่อน ไม่ควรที่จะทำไปและแก้ไป เนื่องจากอาจจะเกิดความยุ่งยากในการแก้ไขมากกว่าแก้ไขในช่วงของการออกแบบ ซึ่งใน Phase ของการออกแบบนั้น หลายคนจะให้ความสนใจกับลักษณะเว็บไซต์ และความสวยงามต่าง ๆ

นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่เราต้องอย่าลืมว่าเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อให้คนใช้งาน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ เราต้องทำตามความชอบและความเหมาะสมของผู้ใช้งาน ซึ่งบางคนอาจจะใช้หลักการแนวคิดที่ว่า คิดให้เหมือนเราเป็นผู้ใช้งานเอง และทำการออกแบบในมุมมองนั้น ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่สุดท้ายแล้วเราก็อาจจะไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง ทางที่ดีกว่าคือการศึกษาและเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน และนำมาวิเคราะห์เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบให้ออกมาตรงกับที่ผู้ใช้งานต้องการมากที่สุด

กระบวนการทำ Persona เพื่อให้เว็บไซต์โดนใจกับเว็บไซต์ได้มากที่สุด

                กระบวนการเล็ก ๆ แต่ส่งผลมากพอสมควรสำหรับการทำงานประเภทเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันให้คนใช้งานที่เรียกว่า Persona นี้ หมายถึงการตัวข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งานที่เราไปเก็บมาจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่อจะนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบให้โดนใจผู้ใช้งาน โดยการสัมภาษณ์และพูดคุยกับกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้งาน ให้เรารู้จักและเข้าใจสิ่งที่เขาคาดหวัง และต้องการที่จะเห็น ซึ่งขั้นตอนมีดังนี้

  • หากลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้งานและกำหนดจำนวนที่แน่นอน ทางที่ดีไม่ควรจะเป็นคนรู้จักหรือคนใกล้ตัว เพื่อที่จะตัดปัญหาเรื่องความเกรงใจ หรือความคิดเห็นที่ไม่เป็นกลาง
  • ติดต่อกับผู้ใช้งานที่เลือกมา และอธิบายจุดประสงค์ของการทำแบบสอบถาม Persona ของเรา
  • เก็บข้อมูลรายละเอียดพื้นฐาน ของเขา Demographic ตัวอย่างเช่นชื่อ นามสกุล อายุ รายได้ ความต้องการ เป้าหมาย
  • นำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ไปทำการวิเคราะห์และบันทึกข้อมูลไว้ อาจจะใช้โปรแกรมที่เป็น Data Analysis หรือจะเป็นการตั้งเกณฑ์การวัดขึ้นมาเอง และวิเคราะห์ข้อมูลเองเลยก็ได้
  • เราก็จะได้ข้อมูลพื้นฐาน ความน่าจะเป็นต่าง ๆ และความต้องการคร่าว ๆ พื้นฐานที่จะเอามาใช้ในการออกแบบเว็บไซต์ของเรา

นอกจากจะทำให้เราเข้าใจและคาดเดาแนวทางสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการจะเห็นได้แล้ว มันยังมีประโยชน์สำหรับผู้พัฒนาเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ทำงานกันเป็นทีม เนื่องจากการทำ Persona นั้นคืออีกหนึ่งวิธีการทำ User Research หรือการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับผู้กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งาน หลังจากที่เราได้ข้อมูลเหล่านี้ออกมาแล้ว เราจะสามารถใช้ข้อมูลที่วิเคราะห์นี้มาเป็นตัวกลาง เพื่อให้คนในทีมนั้นเห็นภาพของผู้ใช้งานไปในทางเดียวกัน

 

มุมมองความคิดสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ที่ควรจะนำไปใช้

                การออกแบบเว็บไซต์เป็นกระบวนการการคิด และวางแผนเพื่อที่จะสร้างเว็บไซต์ที่ดีมีคุณภาพออกมา แน่นอนว่ามีหลายปัจจัยที่สำคัญที่ควรจะนำมาใช้ในการออกแบบ นั่นก็คือเรื่องของมุมมองความคิดในการออกแบบ เว็บไซต์ถูกทำขึ้นเพื่อให้ผู้คนมากมายเข้ามาชม หรือมาหาข้อมูลต่าง ๆ ที่เขาต้องการในเว็บไซต์ของเรา ดังนั้น เราจึงต้องทำเว็บไซต์ในรูปแบบที่ผู้ใช้งานชื่นชอบหรือต้องการ แต่หลายคนกลับคิดในมุมของตัวผู้ออกแบบเอง โดยลืมคิดไปว่าสุดท้ายคนที่ใช้งานตัวเว็บไซต์จริง ๆ แล้วคือผู้ใช้งานคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา

นักออกแบบมือใหม่หลายคนมองในมุมที่ว่าเราอยากจะได้อะไร ใส่อะไรตรงไหนถึงจะดี เราถึงจะชอบ แล้วก็ทำการออกแบบเว็บไซต์ออกมาตามใจเรา ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ผิดมาก เพราะแน่นอนว่าทุกไม่ได้มีความชอบที่เหมือนกัน เราอาจจะเข้าใจในรูปแบบนี้ คิดว่ามันดีมีลูกเล่น และแปลกใหม่ แต่ถ้าเราไม่ได้นึกถึงคนธรรมดาที่เขาใช้งานจริง ๆ ก็น่าจะไม่เป็นที่น่าพอใจของผู้ใช้งานก็เป็นได้ หลายครั้งที่ผู้ใช้งานกล่าวถึงปัญหาว่าใช้งานไม่ถูก สับสน และหาสิ่งที่เขาต้องการไม่เจอ นั่นก็เกิดจากสาเหตุแบบนี้นั่นเอง

เสียงที่สองที่ควรจะฟัง ความคิดเห็นจากมุมมองของผู้ใช้งานจริง

                จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่าเวลาที่ต้องการที่จะออกแบบเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาชม และพอใจกับรูปร่างหน้าตา และฟังก์ชันของตัวเว็บไซต์นั้น จำเป็นต้องมองในมุมมองของผู้ใช้งานด้วย ถ้าเรามีกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน ก็สามารถออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้งานของเราได้ เช่น เด็ก สีก็จะออกโทนสดใส ตัวหนังสือน่ารัก ๆ การออกแบบโครงเว็บก็จะสบายตา ฟังก์ชันการใช้งานเมนูต่าง ๆ ไม่ซับซ้อน กลุ่มคนใช้งานที่ต้องการข้อมูลเกี่ยวกับกีฬา ก็อาจจะใช้สีที่เข้มและให้ความรู้สึกแข็งแรง ดูปราดเปรียว ว่องไว การออกแบบรูปทรงต่าง ๆ ควรจะเป็นเหลี่ยม ฟังก์ชันการใช้งานอาจจะซับซ้อนขึ้นมาได้มากกว่าเด็ก อาจจะมีการ hover เมาส์ เพื่อเรียกใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ หรือการทำ drop down list เป็นต้น

ในทางกลับกัน ถ้าเราไม่ได้มีกลุ่มที่ผู้ใช้งานที่เราต้องการจะให้เข้ามาชมเราที่ชัดเจน ก็ให้ทำการออกแบบในหน้าตาเว็บไซต์แบบพื้นฐาน ทุกอย่างเป็นกลาง ๆ ทั้งเรื่องของสี ตำแหน่งการจัดวาง และตัวเมนูฟังก์ชันต่าง ๆ ให้เหมาะสำหรับทุกคนที่จะเข้ามาใช้งาน โดยในระหว่างที่ออกแบบ ให้นึกว่าถ้าเราเป็นคนใช้งานเว็บนี้ เรามีความรู้สึกเป็นอย่างไร อะไรดี อะไรด้อย และให้นำสิ่งเหล่านั้นมาปรับปรุงการออกแบบต่อไป แต่แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่ยากพอสมควร เมื่อเราสร้างสรรค์อะไรออกมาสักอย่าง และต้องการคอมเม้นต์หรือความเห็นที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไข เราไม่ควรจะเป็นทดสอบมันด้วยตัวเอง บางคนอาจจะทำได้ หรือบางคนอาจจะเข้าข้างตัวเองมากเกินโดยที่ไม่รู้ตัว ดังนั้นจึงควรที่จะหา Tester หรือคนทดสอบระบบมาคอยใช้งาน เพื่อหาปัญหาและช่องโหว่ต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า Bug นั่นเอง เพื่อหาทางปรับปรุงให้ดูแบบการใช้งานมันดี ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น

เหล่านี้เป็นปัจจัยเล็ก ๆ ที่ส่งผลมากสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ ต่อให้เราสามารถออกแบบเว็บไซต์ที่มีสีสันมากมาย ฟังก์ชันมากมาย และใช้งานได้ยาก มันไม่ได้แปลว่าทุกคนจะชอบ และเข้ามาชมเว็บของคุณ ตราบใดที่ยังคงยึดในความคิดเห็นของตัวเองเป็นที่ตั้ง อย่าลืมมองข้ามมุมมองของผู้ใช้งานจริง และออกแบบมาให้เหมาะสมมากที่สุด จะส่งผลดีได้มากกว่าอย่างแน่นอน

 

โลโก้สำคัญขนาดไหนสำหรับการออกแบบเว็บไซต์

                นอกจากออกแบบเลือกสีที่เหมาะสม การจัดวางส่วนต่าง ๆ ทั้งรูปภาพ ตัวหนังสือ และ format ของ header footer ที่ดูดี อ่านง่าย และสบายตาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือเรื่องของโลโก้นั่นเอง การที่เราจะสามารถจดจำ หรือนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรกได้นั้น จำเป็นต้องมีบางสิ่งที่เตะตา และน่าสนใจ ทำให้ภาพนั้นเข้ามาอยู่ในหัวของเราได้อย่างอัตโนมัติ นั่นคือหน้าที่ของโลโก้ ยิ่งโลโก้ออกแบบได้สวยงาม เข้าใจง่าย และติดตามมากเท่าไร และบวกกับการออกแบบที่ลงตัวด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเพิ่มสิทธิ์ในการจดจำ และทำให้คนสนใจได้มากขึ้นอีกด้วย

นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนการออกแบบเว็บไซต์เช่นกัน เนื่องจากเว็บไซต์ส่วนใหญ่ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการใช้โปรโมทตัวสินค้าและบริการ หรือแม้กระทั่งตัวเว็บไซต์เอง และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าหรือใครก็ตามที่สนใจผ่านทางเว็บไซต์ โลโก้จึงมีความเกี่ยวกับตัวเว็บไซต์ด้วยเช่นกัน

โลโก้ที่เหมาะกับสม และหลักการคิดง่าย ๆ ขั้นพื้นฐานที่อาจมองข้าม

                บางคนเข้าใจว่าการออกแบบโลโก้นั้นต้องคำนึงเรื่องของความสวยงาม และอลังการให้มากที่สุด จึงจะทำให้คนอื่นจดจำได้ง่าย และสนใจเว็บไซต์ของเขา แต่ความจริงแล้ว ยิ่งรายละเอียดเยอะเท่าไร อลังการเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวสินค้าหรือเว็บไซต์นั้น ๆ เอง เนื่องจากการออกแบบโลโก้ที่มีรายละเอียดเยอะ สีสันมากมายเกินไป จะทำให้โลโก้นั้นขาดความเป็นเอกลักษณ์และส่วนที่เป็นจุดที่คนจะนำไปจดจำ คนที่เห็นจะไม่สามารถจำสิ่งไหนจากในโลโก้ลักษณะนี้ได้เลย ด้วยสีสันมากมายที่ปนกันจนกลบความเด่นของสีต่าง ๆ ไป รายละเอียดที่มากเกินไปจนทำให้ไม่รู้อะไรคือจุดเด่นของสิ่งนี้ บางครั้งอาจจะถูกมองว่ามันรกเลอะเทอะไปด้วยซ้ำ ดังนั้น เราควรที่จะออกแบบโลโก้ที่มีลักษณะเด่นไปทางด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์และจุดสนใจให้มีอยู่จุดเดียว ให้ผู้คนสามารถจำได้ง่าย

การออกแบบจุดเด่นของโลโก้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เราจำเป็นต้องทำให้โลโก้ที่เราออกแบบนั้น มีความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราต้องการจะเสนอบนเว็บไซต์ของเรา การเชื่อมโยงนี้จำมีผลในด้านของการโปรโมทอย่างมาก ถ้าเราทำการเชื่อมโยงโลโก้กับสิ่งที่เราต้องการจะเสนอได้บนเว็บไซต์ เมื่อคนอื่นนึกถึงสิ่งนี้ แน่นอนว่าภาพโลโก้ของเราต้องลอยมาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน ทำให้เรามีโอกาสเพิ่มที่จะมีคนมาสนใจเราได้มากขึ้น ซึ่งในการเชื่อมโยงนั้นก็ได้แก่ เรื่องของการเลือกสีที่สอดคล้องกัน รูปภาพต่าง ๆ ที่มีความหมายที่สื่อถึงได้ ตัวหนังสือ หรือการรวมทั้งสามอย่างเข้าด้วยกัน

หลายคนมองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ ที่มีหรือไม่มีก็ได้ บางคนอาจจะทำ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร คิดอะไรได้ก็จับมารวม ๆ กัน เท่ากับว่าตัดช่องทางโอกาสที่สำคัญอีกหนึ่งช่องทางออกไปเลยทีเดียว นอกจากการออกแบบหน้าตาของเว็บไซต์ต่าง ๆ แล้ว อย่าลืมที่จะให้ความสำคัญกับหน้าตาอีกมุมของเว็บไซต์ด้วย เพื่อเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงให้มากขึ้น

 

แนะนำโปรแกรมออกแบบเว็บไซต์ที่ห้ามพลาด ใช้งานง่ายและได้ผลดี

                ถ้าพูดถึงเรื่องการออกแบบเว็บไซต์ แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีโปรแกรมที่จะช่วยในเรื่องของการออกแบบในเรื่องของ UI (User Interface) แบบคร่าว ๆ ก่อนที่จะส่งไปให้ทางทีม Back-EN ได้พัฒนาต่อ ในบทความนี้จะนำเสนอโปรแกรม เว็บไซต์ และตัวช่วยต่าง ๆ ที่ผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ไม่ควรจะพลาด

  • เริ่มจากโปรแกรมพื้นฐานที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันอย่าง Adobe Photoshop หลายโรงเรียนมีการเริ่มสอนวิธีการใช้งานของ Adobe Photoshop เพื่อใช้ในการตกแต่งรูปภาพ แต่งสี รวมไปถึงการออกแบบด้วยเช่นกัน สำหรับใครต้องการจะออกแบบหน้า UI ของเว็บไซต์แบบคร่าว ๆ ก่อน และจึงส่งให้ทีมเขียนตัวเว็บไซต์พัฒนาทีหลัง โปรแกรมนี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
  • ยังคงอยู่กับโปรแกรมของตระกูล Adobe อย่าง Adobe Dreamweaver เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบเว็บไซต์แบบจำลองโดยเฉพาะ ซึ่งตัวผู้ออกแบบไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเขียน HTML CSS หรือ PHP เองเลย เป็นหนึ่งโปรแกรมเริ่มต้นสำหรับนักออกแบบเว็บไซต์มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเขียนภาษาหรือฟังก์ชันต่าง ๆ ให้สามารถที่จะออกแบบเว็บไซต์ด้วยตัวเองได้
  • พัฒนาขึ้นมาจาก Dreamweaver หน่อย ขอแนะนำ Google Web Designer โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์จากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่ไว้ใช้ในงานออกแบบเว็บไซต์ โดยทั่วไปมีฟังก์ชันการทำงาน และลักษณะการใช้งานที่คล้ายกับ Dreamweaver แต่อาจจะมีความต่างกันหน่อยตรงที่ Google Web Designer นั้นจะมีฟังก์ชันที่เหมาะทั้งคนที่ไม่มีความทางด้านการ Coding หรือจะเป็นคนที่ต้องการจะใช้ Code ในการออกแบบ โปรแกรมนี้มีรองรับให้ทั้งหมด
  • ย้ายฝั่งไปทาง iOS บ้างกับโปรแกรม Sketch โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์บนระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งเหมาะสำหรับการออกแบบ UI ของทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนมือถือ หรือจะเป็นการออกแบบไอคอน ข้อดีของเจ้าตัว Sketch นั้นก็คือเราสามารถโหลดปลั๊กอินต่าง ๆ ที่เราต้องการจะใช้งานเพิ่มเติมลงไปได้ หรือถ้าใครมีความสามารถมากกว่านั้นหน่อยก็สามารถที่จะเขียนปลั๊กอินเองเลยก็ยังได้ รวมไปถึงเรื่องของการทำงานจะเปรียบได้เหมือนกับ การนำเอา Adobe Photoshop กับ Illustrator มารวมกัน ซึ่งแน่นอนว่ามีความหลากหลายในการใช้งาน และใช้งานไม่ยากอีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือมีแค่ในระบบปฏิบัติการแบบ iOS เท่านั้น
  • Wix.com เว็บไซต์ที่เป็นเราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาในโฆษณาตามยูทูปหรือช่องทางต่าง ๆ เป็นโปรแกรมบนเว็บไซต์ที่จะช่วยให้การออกแบบนั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่ทำการ Drag and Drop ทุกอย่างตามที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็น text รูปทรงต่าง ๆ และเรายังสามารถที่จะเลือกใช้ Template ที่เขามีให้มากมายมาต่อยอดให้เป็นแบบของเราได้อีกด้วย สำหรับใครที่ถนัดในเรื่องของการ Coding และต้องการฟังก์ชันที่ในเว็บไม่มี ก็สามารถที่จะเลือกภาษาที่ถนัด และทำการเขียนฟังก์ชันนั้นได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

เหล่านี้ก็เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ของเครื่องมือในการใช้เพื่อออกแบบเว็บไซต์แบบพื้นฐาน สำหรับมือใหม่ หรือจะเป็นมือเก่าที่ต้องการความเร็ว และสะดวกสบายหน่อย ก็สามารถที่จะเลือกใช้งานโปรแกรมเหล่านี้ได้เช่นกัน

 

หลักการดีไซน์เว็บไซต์ให้เหมาะสมตามประเภทธุรกิจ

                การดีไซน์เว็บที่ดี หน้าตาเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ  คนอื่นไม่สามารถรู้ได้ว่าเราใช้เวลาในการออกแบบนานขนาดไหน หรือภาษาอะไรเขียนขึ้นมา แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นคือหน้าตาของเว็บไซต์ ซึ่งเว็บไซต์ก็มีหลายประเภทแล้วแต่จุดประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บที่ขายของ เว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจ หรือเว็บเกม ซึ่งการออกแบบดีไซน์หน้าเว็บแต่ละประเภทต้องไม่เหมือนกัน และแต่ละตามประเภทนั้นมีความสวยงามที่แตกต่างกัน

เว็บไซต์แต่ละแบบก็มีหลักการการออกแบบ position ต่าง ๆ ของรายละเอียดเว็บ รวมไปถึงการใช้สีโทนต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้สึกตามเว็บไซต์ประเภทนั้น ๆ ตัวอย่างเช่น

  • เว็บที่เกี่ยวกับธุรกิจ เว็บลักษณะนี้ควรจะออกแบบอย่างเรียบง่าย ไม่มีรายละเอียดที่เยอะเกิน มี pattern ในการวางส่วนประกอบต่าง ๆ ให้ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกล่องข้อความ ไอคอนต่าง ๆ แทบ Header Footer และรูปภาพ รูปทรงต่าง ๆ ควรจะเป็นเหลี่ยม สีที่ใช้ควรจะเป็นสีโทนอ่อน เช่นขาว ฟ้าอ่อน เทาอ่อน หรือดำ เนื่องเว็บไซต์ประเภทที่เกี่ยวกับธุรกิจนั้นจะมีลักษณะเรียบหรู เป็นทางการ และดูมีรูปแบบที่เป็นระเบียบและสวยงาม
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการศึกษาและเด็ก แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเด็กควรจะต้องมีสีสรรค์สดใส เช่นสีแดง เขียว เหลือง น้ำเงิน ชมพู เพื่อดึงดูดเด็ก ๆ ควรจะมีตัวการ์ตูนเป็นส่วนประกอบ รูปทรงต่าง ๆ ความเป็นทรงรี ดูอ่อนโยน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่ารักสดใส
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหนัง ส่วนใหญ่ลักษณะของเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหนังนั้นควรจะใช้สีในโทนเข้ม หรือเป็นสีที่มีความเกี่ยวข้องกับโรงหนัง เช่นสีดำ เหมือนกับความมืดในโรงหนัง หรือจะใช้สีแดงที่เปรียบเหมือน ผ้าม่าน เก้าอี้ หรือพรหมในโรงหนัง ทำให้คนที่เข้ามาเว็บไซต์เรารู้สึกเหมือนอยู่ในโรงหนัง นอกจากนั้นสีดำจะเป็นส่งที่ทำให้สีหรือภาพข้างหน้าโด่ดเด่นขึ้นมาได้ ส่วนใหญ่เว็บไซต์หนังจะมีการวางโปรเตอร์ของหนังในเว็บไซต์เพื่อเป็นการโปรโมทหรือโฆษณา สีดำจะช่วยให้ดูดเด่นขึ้น
  • เว็บไซต์ที่เกี่ยวเทคโนโลยี เว็บไซต์ดีไซต์จะคล้าย ๆ กับเว็บไซต์ประเภทธุรกิจที่ใช้รูปทรงของส่วนประกอบต่าง ๆ เป็นเหลี่ยม ๆ และจะมีสีหลักเป็นสีฟ้าอ่อน สามารถประสมกับสีดำ หรือขาวได้แล้วแต่จะดีไซน์ จะทำให้ดูไฮเทค และดูเป็นเครื่องจักร
  • เว็บไซต์ประเภทโปรดักส์ เว็บไซต์ประเภทนี้เป็นเว็บไซต์ประเภทพิเศษที่ไม่มีรูปแบบตายตัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวของโปรดักส์ เช่นสีโลโก้ ประเภทของสินค้า หรือธีมต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งของประเภทนั้น ๆ

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเว็บไซต์แต่ละประเภทจะมีข้อแตกต่างกันในการออกแบบ แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำเหมือนกันคือการเข้าใจถึงประเภทของเว็บไซต์ตนเอง เพื่อที่จะออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสม และดูน่าดึงดูดสำหรับคนที่สนใจในประเภทเว็บไซต์เหล้านี้

 

เว็บไซต์ดูหนังออนไลน์ ดูหนังฟรีง่าย ๆ ที่บ้านคุณ

                ในยุคสมัยนี้ทุกคนมีทางเลือกมากมายในการดูหนัง หลายคนยังซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังในโรง หลายคนรอหนังออกโรง แล้วทำแผ่นเป็น Master ออกมาขาย หรือหลายคนรอโหลดหนังหรือดูหนังจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ดูหนังออนไลน์มากมายออกมา ซึ่งจะมีทั้งหนังที่เข้าที่ยังไม่เข้าในประเทศไทย หนังที่กำลังฉายอยู่ในโรง หรือหนังที่ออกโรงไปแล้วครบหมดทุกประเภท ซึ่งก็จะมีคุณภาพภาพและเสียงในหนังที่ต่างกัน ถ้าเป็นหนังที่ยังไม่เข้าประเทศไทย หรือหนังที่กำลังฉายอยู่ในโรง ก็จะมีคุณภาพภาพและเสียงที่ไม่ค่อยจะดีหนัก หรืออาจจะมีภาพที่ชัด แต่ใช้เสียงที่ไปอัดมาจากโรง แต่ถ้าหนังนั้นออกมาเป็นแผ่นแบบ Master แล้ว ภาพและเสียงก็จะคมชัดเหมือนในแผ่น ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย

หลายคนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการดูหนังในโรง หรือหนังที่มีคุณภาพภาพและเสียงที่ดี แต่ต้องการที่จะดูเรื่องราวของหนังเท่านั้น หรืออีกประเภทนึงคือรอให้หนังออกมาเป็นแผ่น Master ก่อน และค่อยเข้ามาดูแบบออนไลน์ด้วยภาพและเสียงที่คมชัด แถมไม่เสียเงินอีกด้วย

ไม่ใช่แค่การดูหนังผ่านเว็บไซต์ในคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่หลายเว็บไซต์ในปัจจุบันมีการเพิ่ม Media player ไว้สำหรับให้ใช้งานได้มือถือแล้ว ขอแค่มือถือเป็นสมาร์ทโฟน ต่ออินเตอร์เน็ตได้ และมี Web Browser ก็สามารถเข้าไปดูได้แล้ว แต่หลายคนมีคำถามว่านี่คือสิ่งที่ดีและถูกต้องแล้วหรือไม่

เว็บไซต์ดูหนังออนไลน์มันดีจริง ๆ หรือ

คนส่วนมากคิดว่าการได้ดูหนังแบบออนไลน์บนเว็บไซต์แบบนี้ เป็นทางออกและข้อได้เปรียบต่าง ๆ นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย แต่ในความจริงแล้ว เว็บไซต์เหล่านี้กำลังทำผิดกฎหมาย เนื่องจากการนำเข้าหนังที่ยังไม่มีกำหนดฉายในไทย การนำกล้องเข้าไปบันทึกภาพในโรง หรือการนำไฟล์หนัง master มาอัพโหลดลงเว็บไซต์ของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด แม้หลายเว็บที่ถูกตามไล่ปิดไป แต่ก็ยังมีเหลืออยู่

นอกจากจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายเรื่องของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นการไม่ให้เกียรติกับคนที่สร้างหนังอีกด้วย การทำหนังขึ้นมาหนึ่งเรื่องใช้ทุนเป็นหลายล้านบาท เพื่อให้หนังที่ทำออกมามีคุณภาพและถูกใจคนดูมากที่สุด แต่ถ้ายังมีการกระทำแบบนี้อยู่ เหมือนเป็นการทำร้ายวงการภาพยนตร์ไปทุกที ยิ่งทุกคนดูหนังออนไลน์มากเท่าไร ภาพยนตร์ก็ขาดทุนไปมากเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเท่าที่ควร หรือสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฎิบัติการแบบเปิด อาจจะโดนไวรัสที่ติดมากับเว็บไซต์เหล่านี้ได้ เนื่องจากเว็บเหล่านี้เป็นเว็บที่ผิดกฎหมายและแอบทำกันลับ ๆ แน่นอนว่าไม่มีการยืนยันความปลอดภัยใด ๆ ได้แน่นอน ทำให้มีความเสี่ยงที่ระบบภายในของคอมพิวเตอร์จะผิดปกติอีกด้วย

ทางที่ดีที่สุดคือใช้บริการหรืออุดหนุนของที่ถูกลิขสิทธิ์ ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ แต่ถือสะว่าเป็นต้นทุนที่จะสนับสนุนให้มีการผลิตผลงานคุณภาพออกมาสู่สังคมต่อไป

 

Web Browser หนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ ตัวกลางระหว่างผู้ใช้งานกับเว็บไซต์

ถ้าพูดถึงอินเตอร์เน็ต สิ่งที่นึกถึงเป็นอันดับแรก ๆ ก็คือการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เรากับเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้เข้าถึงกันได้ แต่มีแค่อินเตอร์เน็ตกับเครื่องคอมก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ หากไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Web Browser หรือโปรแกรมที่จะช่วยให้เราสามารถเข้าสู่หน้าต่างของเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ ทุกครั้งเวลาเราจะเปิดเว็บไซต์อะไรก็ตาม เราจำเป็นจะต้องเข้ามาที่ Web Browser และพิมพ์ URL ของเว็บที่ต้องการ จึงจะเข้าถึงเว็บไซต์นั้น ๆ ได้

แน่นอนว่าประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดคือสามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงตัวเว็บไซต์ได้ ต่อมา

คือฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ที่้ตัว Web Browser มีให้ ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะเป็นการดู history หรือประวัติการเข้าถึงเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยจะถูกเก็บเป็นวัน หรือเป็นเดือน ฟังก์ชันการดาวน์โหลดต่าง ๆ และ การบันทึกหน้าโปรด หรือ Favorite

นี่เป็นฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับการใช้งาน Web Browser ซึ่ง Web browser นั้นก็มีมากมายหลายตัวให้ได้เลือกใช้งาน แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป

เลือก Web Browser ให้เหมาะกับตัวคุณ

                อย่างที่ทราบกันดีว่า Web Browser เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย แต่ส่วนใหญ่มองข้าม และคิดว่าใช้อันไหนก็ได้ มันก็สามารถเข้าถึงเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกันหมด แต่น้อยคนนักที่จะรู้ข้อดีข้อเสียของแต่ละอัน และเลือกอันที่เหมาะสมที่สุดมาใช้งาน ตัวอย่างเช่น

  • Internet Explorer เป็นอีกหนึ่ง Web Browser ในตำนานที่หลายคนใช้กันมากที่สุด ตั้งแต่คอมพิวเตอร์เริ่มเป็นที่นิยม แต่ตอนนี้ความนิยมก็ค่อย ๆ ลดลง ถึงแม้ว่าจะถูกพัฒนาขึ้นมาถึงปัจจุบัน แต่หลายคนก็ยังพบปัญหาในการใช้งานต่าง ๆ เช่น Responsive ที่ช้า อาจจะเพราะเป็นระบบปฎิบัติการที่ค่อนข้างเก่า และใช้ความสามารถของเครื่องมาก จึงทำให้การเข้าถึงต่าง ๆ ช้าลง สำหรับคนที่ไม่ชอบการวุ่นวายกับการลง Web Browser เพิ่ม และไม่กังวลถึงเรื่องความช้าเร็ว ก็สามารถใช้ Internet Explorer ที่มากับเครื่องที่มีระบบ ปฎิบัติการ Windows ได้เลย แต่ใครที่ต้องการความเร็วรวดในการเข้าถึง ไม่เหมาะที่จะใช้
  • Firefox Web Browser ที่ดีที่สุดในอดีต ด้วยระบบความปลอดภัยที่ค่อนข้างดี มี extension ให้

เลือกมากมาย และรองรับทุกระบบปฏิบัติการ แต่ข้อเสียคือการที่สามารถ Add extension เข้าไปได้เยอะ ทำให้ Ram และ CPU ถูกใช้งานอย่างหนัก รวมไปถึงการที่มีสระและวรรณยุกต์ที่ทับซ้อนกันในบางครั้งทำให้อ่านยากอีกด้วย นอกจานั้นยังมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องการฟังเพลงออนไลน์ ผู้ใช้งานไม่สามารถฟังเพลงออนไลน์ได้จาก Web Browser นี้ เนื่องจากบางเว็บไซต์เพลงบางเว็บเป็นระบบการทำงานแบบเก่า ซึ่ง Firefox จะไม่รองรับ แน่นอนว่าไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงออนไลน์ หรือต้องทำงานที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา และคนที่ต้องทำงานกับเว็บไซต์ที่ใช้ระบบที่ค่อนข้างเก่า

  • Opera หลายคนไม่คุ้นชื่อ Web Browser นี้เลย เพราะไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยสักเท่าไร แต่ก็ถูกหลายคนจับตามอง ด้วยความสามารถในการประหยัดแบตเตอร์รี่ได้ถึง 50 เปอร์เซ็น และยังช่วยป้องกันโฆษณนาต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องลอง Extension อะไรเพิ่ม แต่ข้อเสียที่มีก็คือ เรื่องของรูปภาพที่แสดงในหน้าเว็บไม่ค่อยมีความคมชัด และเปลือง Ram พอ ๆ กับ Firefox ไม่เหมาะสำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับด้านการใช้ภาพ ตัดต่อ หรือต้องการความเร็วในการเข้าถึง
  • Safari Web Browser จากฝั่งของ OSX ที่มีการเข้าถึงที่รวดเร็ว รองรับ CSS มากมายที่อันอื่นไม่มีการรองรับ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี และการแสกนข้อมูลที่เร็วรวด แต่ปัญหาคือเรื่องของ Extension ต่าง ๆ ที่แทบจะไม่มี การ Streaming ที่ไม่ได้คุณภาพ รวมไปถึงการใช้ของงาน Ram และ CPU ที่หนักพอสมควร เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องการความรวดเร็ว และรูปแบบการแสดงผลต่าง ๆ ที่สวยงาม ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการจะทำการ Add extension เข้าไป
  • Google Chrome ถือเป็น Web Browser ที่ได้รับความนิยมและเป็นสากลที่สุดในตอนนี้ การจากการกินพื้นที่ต่าง ๆ น้อย interface ที่สวยงาม และ Features ใหม่ ๆ ที่ทาง Google ได้พัฒนาขึ้น ทำให้ลบข้อเสียต่าง ๆ ของ Web Browser อื่นไปได้มากมาย แต่ก็ยังมีการติดปัญหาเล็กน้อยคือการรองรับภาษาไทยยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ถือได้ว่าดีที่สุด และเหมาะสมกับความต้องการต่าง ๆ ในตอนนี้มากที่สุด

แม้จะมี Web Browser ให้เลือกใช้กันมากมาย สิ่งหนึ่งที่เรามองข้ามไม่ได้เลย นอกจากความสวยงามและความเร็ว นั่นคือ ความปลอดภัยต่อการใช้งานนั่นเอง เพราะบางคนนั้นใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้นการป้องกันตัวเองด้วยสแกนไวรัส และไม่เข้าเว็บแปลก ๆ ก็เป็นอีกกำแพงป้องกันได้อย่างดี